รู้จักการบริหารตัวเองก่อน

05 Feb 2020 BloggingPersonal

Chess
Photo by Maarten van den Heuvel / Unsplash

ตั้งแต่ต้นปีมานี้ ก็เดือนกว่าๆละ ที่ผมได้ลองปรับใช้การ Management ต่างๆ ให้มันค่อนข้างเข้มงวดขึ้น จะไม่ผ่อนผัน หรืออะไรก็ได้สำหรับตัวเองแล้ว ไม่มีคำว่าเดี๋ยวค่อยทำ พรุ่งนี้ละกัน

ซึ่งข้อดีคือ มันทำให้ผมเริ่มหลงไหลการจัดการเวลา การบริหารโปรเจ็ค การบริหารต่างๆ ซึ่งสิ่งที่ผมจะพูดในวันนี้ คือ การบริหารเวลา กับตัวเอง

ทำไมผมถึงพูดถึงการบริหารจัดการเวลาของตัวเอง ผมมองว่า มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด เรารู้ตัวเราเองดีที่สุด และมันสามารถทำได้ง่ายที่สุด เมื่อเราบริหารเวลาของตัวเราเองได้ดี เราก็ย่อมสามารถบริหารเวลาการทำงาน บริหารเวลาอื่นๆ ได้เช่นกัน

กลับกัน หากเวลาของตัวเราเองเรายังแบ่งไม่เป็น บริหารไม่เป็น มันย่อมกระทบกับการของเราแน่นอน

ผมชอบวิธีการจัดลำดับความสำคัญ มันทำให้เราได้คิด เราได้วางแผน และวิเคราะห์ว่าอะไรสำคัญที่สุด ณ​ ช่วงเวลานั้น อะไรไม่สำคัญ ซึ่งส่วนมากแล้ว เราจะมาย้อนนึก หรืออยากจะทำ Project Management / Task Management / Todo List ก็ต่อเมื่อ เราเกิดปัญหา หรือเริ่มบริหารเวลาไม่ถูก หรือเริ่มจะไม่เป็นระบบ

ทีนี้พอลองมองย้อนกลับไป ถึงช่วงที่ผ่านมา ที่ผมได้ลองทำจริงๆจังๆ ผมกลับรู้สึกว่าไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องพวกนี้แล้ว ไม่ใช่ไม่เจอ แต่ว่า มันเจอปัญหา ในช่วงเริ่มต้น เลยทำให้เราสามารถที่จะคิด และวางแผนกับมันได้ ในขณะที่เมื่อก่อน เราไม่ได้วางแผน พอมันมีปัญหา เรามักจะมองหาวิธีแก้ ซึ่งถ้าเราเห็นปัญหาก่อน โอกาสที่จะแก้ได้ไว ได้ง่ายกว่า ก็มากเช่นกัน

ลองผิดลองถูก

จริงๆแล้ว ผมว่าทุกๆคนจะสามารถทำอะไรได้ ก็ต้องมาจากการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกกันอยู่แล้ว และการจัดการบริหารต่างๆ ผมก็เริ่มจากการลองผิดลองถูก โดยผมจะแบ่ง ออกเป็น

  • Project Management - คือบริหารโปรเจ็คต่างๆ พวก Side Project ที่ทำอยู่ เล็กๆน้อยๆ
  • Personal Growth - คือส่วนที่ผมเอาไว้ วางแผนว่าจะพัฒนาตัวเองด้านไหน เช่น ภาษา / โปรแกรมมมิ่ง / Business / Marketing หรือ Soft Skill อะไรพวกนี้
  • To do List - คล้ายๆ กับ การบริหารสองด้านบน แต่อันนี้ เป็น note สั้นๆ ว่าจะทำอะไร
  • Time Management / Time Tracking - อันนี้จะเอาไว้บริหารแบบ breakdown ไปเลย ว่าแต่ละ task จะทำใช้เวลาเท่าไหร่ จริงๆก็คล้ายๆกับการ estimate เวลาแหละ รวมถึงอาจจะมี Time tracking บันทึกไว้เลยว่าเราทำอะไรไปบ้าง
ทั้งหมดนี้คือผมใช้ในการบริหารเวลาตัวเอง บริหารโปรเจ็คของตัวเอง และการพัฒนาตัวเอง โดยทั้งหมดไม่มีทีมครับ ผมใช้คนเดียว และผมก็ยังคิดว่า การวางแผน การ Management ก็ยังสำคัญแม้จะแค่คนเดียว มันไม่ได้ Over เกินไป มันมีประโยชน์มากกว่าข้อเสียสำหรับผม

ผมเริ่มต้นด้วยการใช้ Trello ก่อนเลย เพราะข้อดีคือ มันค่อนข้าง Minimal ใช้งานง่าย เพียงแค่สร้าง Card แล้วก็เลือกลากไปวาง Lane ไหน เช่น To Do / Doing / Done เหมาะสำหรับการที่ผมเอาไว้วางแผน Project หรือทำงานอะไรขึ้นมา แบบ Overview คือไม่ได้เอาไว้สร้างการ์ดที่ต้องทำ Feature นี้ๆ แบบละเอียด หรือ Issue Tracker แต่แค่ Overview ภาพรวมจริงๆ

ซึ่งพอใช้ Trello อย่างที่บอก มันดู Overview ทีนี้ผมก็จะใช้ Pivotal Tracker ในการสร้าง task สร้าง issue ให้ตัวเอง (อันนี้หมายถึงโปรเจ็คทำเล่นๆ รวมถึง Personal Growth ด้วยนะครับ) ซึ่ง Pivotal Tracker มันเป็น Agile Project Management โดยเฉพาะเลย ทำให้มันสามารถ ประเมินเวลา estimate คร่าวๆ ดู Velocity ดู burndown chart อะไรต่างๆได้ และผมก็สามารถสลับ Role ตัวเอง เป็นทั้ง PM, Scrum Master หรือ คนทำงานก็ได้ แล้วแต่ช่วงเวลา ซึ่งมันก็สนุกดี

นอกจากนี้ก็มีลองเล่นพวก ClickUp, Notion, Basecamp, Teamwork, Clubhouse แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ บ้างก็เยอะไป บ้างก็น้อยไป บ้างก็ยังไม่ชิน กับ UI และคุ้นเคย Tool อื่นมากกว่า ก็เลยใช้ประโยชน์กับมันได้ไม่เยอะเท่าไหร่ รวมถึง Jira ด้วย ส่วนตัวมันครบเครื่อง เสียอย่างเดียว ช้า และ มันก็เยอะไปสำหรับผมเช่นกัน

และแต่ละ Process หรือแต่ละ Tools แต่ละคน ย่อมมีวิธีใช้งานแตกต่างกัน แต่ละคนย่อมมีวิธีการจัดการ ลำดับความสำคัญต่างกันอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ก็ต้องไปหาเอาเอง ว่าความชอบ และ Life style ของเราเป็นยังไง

สรุป

สิ่งที่ผมได้จากการที่ผมจัดการบริหารตัวเอง บริหารเวลา บริหาร Side Project และบริหารการพัฒนาตัวเอง (คือนี้แค่เรื่องส่วนตัวของผมนะ ไม่ได้เกี่ยวกับงานเลย) ซึ่งมันทำให้ผมได้ประโยชน์มากมาย และมันยังสามารถไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของผมได้อีกด้วย และแน่นอนหากผมบริหารตัวเองยังไม่ดี งานที่ทำ หรือเวลาที่ทำงาน ผมก็ต้องบริหารไม่ดีเช่นกัน อาจจะมีทำงานสาย จัดลำดับงานไม่ถูก ทำงานไม่สำคัญ เป็นต้น แต่พอผมบริหารตัวเองได้ละ ปัญหาอื่นๆ มันก็น้อยลงมากๆ

  • ผมรู้ปัญหา หรือพอมองเห็นปัญหา ก่อนที่มันจะเกิดได้ จากการวางแผน
  • ผมรู้แล้วว่า งานที่ผมทำมันมีแนวโน้มจะเสร็จตามกำหนด หรือตามแผนหรือเปล่า และถ้าหากไม่เสร็จ มันจะมีวิธี หรือแก้ไขอย่างไงได้บ้าง หรือทิ้งงานอื่น มาเร่งได้มั้ย เป็นต้น
  • แน่นอน มันทำให้ผมได้รู้ว่าอะไรสำคัญจริงๆ อะไรที่ไม่สำคัญ ยังไม่ต้องรีบทำ ซึ่งเมื่อก่อน ผมติดนิสัย คิดอะไรได้ ก็จะทำมันเลย ซึ่งจริงๆก็ดีแหละ แต่ถ้าเราวางแผน และจัดลำดับได้ มันย่อมดีกว่า
  • ข้อเสียก็มีคือ มันเสียเวลา และบางทีก็ Take Time เหมือนกัน แต่พอผมลองย้อนกลับไป ผมว่ามันก็เหมือนกับการ Management หรือการวางแผนอย่างอื่นแหละ เรายอมเสียเวลา ตอนวางแผน ดีกว่า เราใช้เวลาในการแก้ไข ซึ่งการแก้ไข มันเสียเวลามากกว่าการวางแผนเสมอ

ก็จบไปละ แม้ว่าจะเพิ่งมาเริ่มบริหารจัดการแบบจริงๆจังได้ไม่นาน แต่ก็ขอเขียนเอาไว้บันทึกให้ตัวเองได้อ่าน หรือเผื่อเอาไว้เตือนตัวเองหากในอนาคตเราเริ่มเหลวไหล หรือเริ่มที่จะละเลย หรือลืมการจัดการตัวเอง แล้ว เราจะได้คิดได้

สวัสดี

❤️Happy Blogging


📝 Day 35 of #365DaysOfBlogging

#เขียนบล็อก #ฝึกสร้างนิสัย #GoodHabit #Blogging


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น