การเรียน Online ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน

05 Apr 2020 LifestyleLearning

Read Between the Lines
Photo by Paul Schafer / Unsplash

ผมเกิดคิดว่า การเรียน Online มันดีมากๆ คือ ทุกๆคนสามารถเรียนได้ที่ไหนก็ได้ ขอแค่มี Internet และอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นมือถือ Tablet หรือเครื่องคอมพิวเตอร์

แต่ปัญหาที่ว่า ทุกคนสามารถเรียนได้ ก็มีอีกหลายๆ คนที่ไม่สามารถเรียนได้เช่นกัน ถ้าหากว่าเค้าเหล่านั้น ไม่มีอุปกรณ์ หรือไม่มี Internet

แม้ว่ารัฐบาลจะแจก Internet ให้ใช้ฟรี หรือสถานที่ต่างๆ มี Internet ฟรีให้ใช้ก็ตาม แต่มันก็มีความเร็ว ไม่ได้มากมายนัก ยิ่งคนใช้เยอะ ยิ่งช้า ไรงี้

และผมก็คิดว่าการที่เราสอน Online และเรียน Online ต่างๆ นั้นไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน และมีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับการเรียนในห้องเรียนปกติ

  • บางคน Internet ช้า (คนที่ Internet ปกติ ก็มีแหละ)
  • บางคนไม่มีเครื่องมือ เช่น PC, Tablet อย่าลืมว่า บางคนแค่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเพื่อซื้อ เครื่องถูกๆ ยังยากเลย
  • บางคนไม่มีที่ ไม่มีโต๊ะ เปรียบกับห้องเรียน เรามีที่เรียนพร้อม กลับกัน อยู่บ้าน บางคนอยู่ห้องแคบๆ แค่ที่นั่งทำงานยังหายาก บางทีก็ต้องพื้นบ้าน หรือข้างเตียงไรงี้ ซึ่งไม่ดีกับสุขภาพในระยะยาวแน่ๆ ผมเคยนั่ง นอนทำงาน บนเตียง วันละ 10ชั่วโมงอะ ตนหลังเริ่มมีปัญหา บางทีนั่งๆก้มๆ กับพื้นไรงี้
  • บางคนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะ เช่น บ้านไม่มีแอร์ ร้อน เสียงดัง อื่นๆ ซึ่งทำให้เราหลุดสมาธิได้เหมือนกัน

ทั้งหมดนี้ บางที หลายๆ คนก็ถามว่า ถ้าไม่มี ทำไมเราไม่พยายาม หรือทำให้มีเหมือนคนอื่นเค้าละ? ทีแรกผมก็คิดแบบนี้ แต่พอมาคิดดูดีๆ แล้ว ทุกๆ คนเกิดมาไม่เท่ากัน และไม่ใช่ทุกๆ คนจะหา และจะมีได้ บางคนลำบากมากๆ แค่เค้าหาเงิน ให้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ในแต่ละวัน ก็หนักแล้ว การที่จะหาอุปกรณ์ หรืออินเตอร์เนต ซึ่งมันเป็นค่าใช้จ่ายสูงมาก และถ้าเทียบกัน ก็คงมองเรื่องปากท้องมาก่อน

ฉะนั้น มันก็เลยทำให้ ยอมใช้เนตช้า ยอมใช้อุปกรณ์เก่าๆ ฉะนั้น ผมก็เลยมองว่า มันก็เหมือนเป็นการเหลื่อมล้ำอย่างนึงเหมือนกันแฮะ ผมก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงได้

สำหรับตัวผม ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ฐานะก็ไม่ได้รวย ไปทางจนด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ผม พอมีคือ ผมสามารถหารายได้ และพอมีเก็บ พอหาซื้ออุปกรณ์ได้ หาซื้อโต๊ะ หาซื้อห้อง เพื่อนั่งทำงาน และเรียนได้ เลยไม่ติดปัญหา

แต่คนที่ไม่มีละ สิ่งที่ทำได้ ก็คงเป็นการอดทน ค่อยๆ หาความรู้ ค่อยๆ หาลู่ทางของตัวเอง หารายได้ เมื่อมีรายได้มากขึ้น ก็จะเห็นช่องทางอื่นๆ เอง ผมว่าสุดท้ายแล้ว มันก็คือการเรียนรู้ของชีวิต เราจะเจอเส้นทางของเราเอง เราจะเจอเป้าหมายของตัวเอง เมื่อเรามีแรงผลักด้น เราก็จะสามารถมีในสิ่งที่เราต้องการได้ และเมื่อนั้น การเรียน Online ของเรา ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นเอง

ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าการเรียนปกติในชั้นเรียน ในมหาวิทยาลัย แล้วพอมาเรียน Online เพราะต้องกักตัว งดเดินทาง ตามสถานการณ์ COVID-19 มันแตกต่างกันหรือเปล่า เพราะผมก็เลยวัยละ ตอนนี้ก็วัยทำงานแล้ว

แต่เวลาผมเรียน หรือหาความรู้ ณ​ ตอนนี้ มันก็ Online ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Course บ้าง อ่านหนังสือ Online บ้าง หรือนั่งฝึกหัดเอง สิ่งที่ Online มันได้เปรียบในมุมมองผมคือ มันค่อนข้าง Flexible กับผมเอง คือผมอยากเรียนตอนไหน ก็เรียน ว่างตอนไหน ก็เรียนตอนนั้น ไม่ต้องมีใครมาบอก หรือมาบังคับ ว่าต้องเรียนเรื่องนี้ เรื่องนั้น เราเรียน เพราะเราสนใจมันต่างหาก

ย้อนไปสมัยเรียน อาจจะด้วยสาเหตุคล้ายๆ กันนี้ ทำให้ผมคิดไปตอนนั้น ผมไม่ชอบการเรียนเลย ไม่ชอบให้คนอื่นมาบังคับ ว่าต้องเรียนเรื่องนี้ ไม่ชอบที่ต้องจำ เพื่อไปสอบ และทำไมต้องรู้เพื่อให้สอบผ่าน เราเรียนรู้ในแบบฉบับของเราเองไม่ได้หรอ?

พอมาปัจจุบัน ทำให้ผมได้รู้ตัวเองว่า ผมชอบของผมแบบนี้แฮะ ชอบเรียนรู้ในแบบที่เราเป็น และยิ่งมีอุปกรณ์พร้อม มี Environment ดี มันก็ยิ่งได้เปรียบคนอื่นๆ ตอนผมเรียน ผมไม่มี PC หรือ Notebook เวลาได้การบ้าน หรืองาน ที่ต้องมานั่ง Compile เขียนโปรแกรม ผมอ่านบ้าง ไม่อ่านบ้าง บางทีก็เขียน code ในกระดาษ (แต่ส่วนใหญ่จะขี้เกียจก่อน ฮ่าๆ ก็เลยโดด ไม่อ่านเลย) ก็ถือว่าผมโชคดีด้วยเหมือนกัน ที่ค้นพบว่าจริงๆ เราชอบอะไร เราก็เลยพยายามผลักดัน และพยายามฝึกฝน พยายามอดทน และตั้งใจกับมัน พอเริ่มทำงาน ได้มี Notebook เป็นของตัวเอง มันได้มีเวลาฝึกฝน ได้ลอง Compile ลองเขียน ลองผิดลองถูก จึงได้รู้ว่า ทุกๆทักษะ จะเกิดขึ้นได้ มาจาก การฝึกฝน ตั้งใจ และความชอบ นั่นเอง

สวัสดี


📝 Day 95 of #365DaysOfBlogging

#เขียนบล็อก #ฝึกสร้างนิสัย #GoodHabit


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น