[บันทึก] เที่ยวเกาหลีคนเดียวที่ Seoul และ Busan ช่วงสงกรานต์

29 Jan 2020 TravelLifestyle

สำหรับบทความนี้ก็เขียนย้อนกลับไปช่วงสงกรานต์ปีที่แล้วนะครับ กว่าจะมีเวลานั่งเขียนบล็อก ก็จะครบปีแล้ว แถมลืมๆที่ไปหมดแล้วด้วย พอดีนึกขึ้นได้ว่าจะเขียนรีวิว หรือบันทึกที่ไปมานานมากแล้ว ก็วันนี้ขอบันทึกไว้เป็นบันทึกสั้นๆละกันเนอะ

สาเหตุเกิดจากว่า ช่วงสงกรานต์รู้สึกว่าไม่อยากเปียก และไม่ชอบเทศกาลสงกรานต์เท่าไหร่ ก็เลยมองหาทริปบินไปต่างประเทศซักหน่อย ทีแรกเล็งไว้ดูซากุระที่ญี่ปุ่นดีกว่า แต่ปรากฎว่าเพิ่งไปมาเมื่อเดือนก่อน แถมตั๋วแพงแฮะ เลยเลือกไปลุยเกาหลีใต้ละกัน ยังไม่เคยไปด้วย

ทริปนี้ผมแพลนไว้ แวะเที่ยวโซล 3 วัน และบูซาน 3วัน ก่อนกลับมาพักโซลอีก 3–4วันก่อนบินกลับไทยครับ แพลนไว้หยาบๆ เพราะกะไปแค่เปลี่ยนบรรยากาศ​ เปลี่ยนสถานที่นั่งงาน และแวะเที่ยวบ้าง ถ้าวันไหนเบื่อๆ

เกาหลีใต้ใช้เงินวอน ช่วงที่ไปตอนนั้น จำได้ คำนวนง่ายมาก 10 วอน = 1 เยน ของญี่ปุ่น (ใกล้ๆเคียง 0.98กว่าๆ) และก็ 1000 วอน ประมาณ 1 ดอล 30บาทนิดๆ (แบบตีกลมๆนะ) เอาไว้คำนวนไวๆ ซึ่งตอนนี้ (ณ วันที่เขียน เดือนสิงหาปีเดียวกัน ค่าเงินก็เปลี่ยนแปลงพอสมควรเลยแหละ)

วันแรกจ้า ถึงสนามบิน Incheon ทีแรกก็เสียวๆ ว่ามันจะมีปัญหาอะไรมั้ยนะ เห็นชอบมีข่าวว่าคนไทยไม่ผ่านตม. ที่เกาหลีเยอะเหมือนกัน เพราะว่าดันมีสาวไทย เดินมาคุย เดินมาถามนู้นนี่ ลักษณะกลัวๆมากๆ ไอ้เราก็เสียวๆ เลย เดี่ยวมองว่าเป็นพวกเดียวกัน หรือคนนำมา แต่สรุปไม่มีอะไร เราไม่โดนถามเท่าไหร่ แต่สาวที่มาคุยนี่ซิ ทีแรกนึกว่าจะโดนกักตัว แต่ก็เห็นผ่านมาปกติ แล้วชีก็วิ่งเข้า ตม. ไปรับกระเป๋าอย่างสบายใจ

เมื่อผ่านตม. เข้ามาแล้ว ผมไม่มีกระเป๋า แบกเป๊ใบเดียวนี่แหละ มุ่งหน้าหาที่ต่อรถไฟเลย ตลอดทางที่เดินหา เจอ Taxi ตื๊อมาก ชวนไปอยู่นั่นแหละ บอกว่าไม่ไปๆ จะไปรถไฟ ขนาดเข้าห้องน้ำ ก็ยังเดินตาม ฮ่าๆ

สุดท้ายผมเดินมาถึงทางที่ไปขึ้นรถไฟครับ ไกลจากตัว Terminal พอสมควร ก็ทำการกดตั๋วบัตรเติมเงิน ราคาย่อมเยา 4000 วอน จากนั้นก็เติมเงินเข้าไปครับ เอาไว้ใช้แตะเวลาขึ้นรถไฟเข้าเมือง

ผมเลือกพักอยู่แถว Hongdae (Hongik University) ซึ่งเป็นทางผ่านของสาย AREX ที่วิ่งจากสนามบินพอดี

สายรถไฟใน Seoul นั้น นั่งไม่ยากเลยครับ แต่ส่วนใหญ่หลักๆ ผมนั่งสายสีเขียวบ่อยสุด และแต่ละสาย ก็ไม่ซับซ้อนมากนั่ง แค่ดูแผนที่รอบ 2 รอบ ก็น่าจะไม่หลงแล้วครับ แค่ต้องจำว่าสถานที่ที่เราจะไปอยู่สถานีไหน ก็แค่นั้นพอ

จากสนามบิน มาถึง Hongdae น่าจะประมาณเที่ยงๆ ถ้าจำไม่ผิด จากนั้นก็ ไปดูที่พัก ดีที่เค้าให้เช็คอินได้ก่อน ก็เลยสบาย เอาเสื้อผ้าออก จัดกระเป๋าใหม่ จากนั้น ไปเดินเล่นที่แรกครับ


Ewha Woman’s University

แชะภาพกับเค้าบ้าง เดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึง และมีแค่ไม่กี่รูปทั้งทริป 😂

Seoul

จะบอกว่าช่วง 3–4วันก่อนกลับไม่ได้ไปไหนเลยครับ วนเวียนอยู่แค่แถวๆฮงแดนั่นแหละ ทัวร์ย่านนั้น กลับตี4หรือเช้าแทบทุกวัน ตื่นก็เย็นบ่ายๆ นั่งโค๊ดได้แปปนึง ก็ออกมาหาอะไรกิน แล้วก็เที่ยวต่อ 😃

ที่ไปก็จะมีน่า Sinchon และผมพักอยู่ตรงนี้ สลับกับอีกที่ คือเดินออกจาก Hongdae ทางออก 10 ก็ถึงที่พักเลย ทั้งหมดเช่าผ่าน Airbnb ที่ Sinchon จะถูกหน่อย คืนละ 5-600 มั้ง จำไม่ได้ ไม่น่าเกินนี้ ส่วนตรง Hongdae ถ้าจำไม่ผิด ประมาณ 1000 บวกลบนิดๆ จำเลขกลมๆไม่ได้ ขี้เกียจไปย้อนดู ฮ่าๆ

ที่โซลปกติ ผมเห็นเพื่อนๆ หรือพี่ๆน้องๆ ที่ไป ก็มักจะได้รูปถ่ายสวยๆเพียบ คาเฟ่ชิคๆคูลๆ บ้าง งานศิลปะ ห้องสมุด อะไรไม่รู้เต็มไปหมด แต่ทริปนี้ของผม ไม่ได้ไปเน้นเก็บพวกนั้นเลย เรียกว่าทั้งทริป แค่เปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนสถานที่นั่งทำงานมากกว่า บางวันก็แค่ออกไปเดินเล่น แล้วก็นั่งตามคาเฟ่ ทำงาน ตกเย็นก็เดินเล่น วนไป แบบนี้

แต่สิ่งที่ผมชอบที่เกาหลี คือว่า เมืองค่อนข้างอาร์ตดี ดูอินดี้ๆ ทุกอย่างตกแต่งแบบมีศิลปะ และที่ชอบคือแถวๆ Hongdae มักจะมีนักศึกษา มาเปิดหมวก เล่นกีตาร์ ร้องเพลง เต้น Cover ต่างๆ หรือแม้แต่ มี Street Piano ให้เล่นด้วย

สิ่งที่ผมเพิ่งรู้จากทริปนี้ ก็เพิ่งรู้ว่าเกาหลีเค้าชอบกินไก่กันมาก ไปไหนก็เจอแต่ไก่ ไก่ทอด นี่เยอะมากๆ

ข้าวก็ข้าวหน้าไก่

Busan

ผมมาเที่ยวปูซาน 3วันครับ นั่ง KTX จากโซล โดยนั่งที่สถานี Soul Station ค่าเสียหาย  56,800 วอน ต่อเที่ยวครับ ประมาณ 1500บาท ใช้เวลานั่งไป 2-3ชั่วโมงครับ แต่คุ้นๆว่าขานั่งกลับนานกว่าแฮะ ประมาณ 4ชั่วโมง ไม่แน่ใจนั่งผิดขบวน หรือว่ามันแวะบ่อยก็ไม่แน่ใจ 😂

ที่นี่ผมไม่ได้ไปเที่ยวมากครับ ใช้เวลา 1 วันนั่งทำงาน แล้วก็นั่งคุยกับคนแถวๆนั้น แล้วก็ดูชีวิตคนแถวๆนั้น ซึ่งจริงๆแล้วผมมองว่าปูซานเหมือนเป็นเมืองสำหรับผู้สูงอายุ หรือครอบครัวเลยครับ และเห็นได้จากรถไฟในเมือง จะเจอผู้สูงอายุเยอะมาก แต่ทุกคนดูเฟรนด์ลี่กันมาก คนละบรรยากาศกับเมืองหลวงโซลเลย และรู้สึกว่าผมชอบปูซานมากกว่าด้วยซ้ำ

แต่ถ้าสำหรับคนที่ไม่ชอบการเดิน บางที่ของปูซาน เป็นเนินเขา หรือต้องเดิน หรือขึ้นรถขึ้นเขา อาจจะไม่ชอบก็ได้นะครับ

แต่ที่นี่ดีทั้งวิว มีทั้งภูเขา และ ทะเล รวมถึงอาหารทะเลก็อร่อยด้วยครับ

สำหรับผม ผมกลับชอบเมืองปูซานมากกว่าโซลอีกแฮะ อาจจะเพราะว่ามันค่อนข้างธรรมชาติ ติดทะเล และบรรยากาศผู้คนไม่พลุกพล่านดี ซึ่งคิดว่าน่าจะมีปูซานอีกแน่ๆ

ทริปที่ปูซาน เป็นทริปสั้นๆ เสียดายไปไม่ได้ไปเก็บพวกแลนด์มาร์กหรือแหล่งท่องเที่ยวเท่าไหร่ ด้วยเวลาที่จำกัด + มาทำงาน 1 วัน เลยมีเวลาจริงๆ แค่วันเดียว ส่วนอีกวัน ก็ยุ่งๆ วันเดินทาง + ต้องเดินไปนู้น ไปนี่ และคิดว่าปูซานทริปหน้าก็อยากมาอีก และจะลองไปตามรีวิว ที่น่าสนใจดู ซึ่งรีวิวที่ตามอ่านก่อนไปก็มีนะ ซึ่งไปกลับมาแล้ว เพิ่งนึกได้ว่าเราเคยอ่านนี่นา และก็ลืม ไม่ได้ไปตามรีวิวเลย ฮ่าๆ

รวมฮิตปูซาน (Busan) แบบหรอยๆ 10 สิ่งที่ต้องไปทำ ชี้เป้า 5 ร้านอร่อย 5 แลนด์มาร์คดังที่ไม่ควรพลาด!!
ปกติคนไทยไปเกาหลีเมืองยอดฮิตก็คงหนีไม่พ้นเมืองหลวงอย่าง “โซล” ไม่ว่าจะไปเช่าฮันบกเดินวังสวยๆ ตะลุยคาเฟ่คิ้วท์ๆ เดินเล่นชิวๆ ดูกุหลาบ LED ที่ DPP ไปกินหมูย่างเกาหลี-ไก่ตุ๋นโสม…

สุดท้าย ขอขอเขียนบล็อกสั้นๆ ไว้บันทึกเป็นความทรงจำละกัน จะเขียนยาวละเอียด ก็จำไม่ค่อยได้ละ ไว้เดี๋ยวไปใหม่อีกรอบ จะรีบมาเขียนไม่ดองแล้ว หวังว่าจะได้ไปอีกรอบ หรือหลายๆรอบสำหรับเกาหลีอะนะ แต่โดยส่วนตัว ความชอบส่วนตัวผมก็ยังชอบญี่ปุ่นมากกว่าอยู่ดี ทั้งบรรยากาศ ทั้งผู้คน และก็รถไฟ ซึ่งทริปหน้า ถ้ามีโอกาสได้ไปอีก อาจจะเก็บทีสองประเทศเลย กะว่าจะลองนั่งเรือข้ามฟากระหว่างปูซานกับฟูกุโอกะ หรือไม่ก็นั่งเครื่องบิน low cost ประหยัดๆ ใช้เวลาไม่นาน เหมือนนั่ง กรุงเทพ เชียงใหม่

ไว้พบกันใหม่ สวัสดี

❤️Happy Blogging


📝 Day 28 of #365DaysOfBlogging

#เขียนบล็อก #ฝึกสร้างนิสัย #GoodHabit #Blogging #เที่ยวเกาหลี #รีวิวเกาหลี #เที่ยวโซล #เที่ยวปูซาน


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น