สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเที่ยวปีที่ผ่านมา

09 Feb 2020 BloggingLifestyle

Cycling in the countryside
Photo by David Marcu / Unsplash

ย้อนกลับไปปีที่แล้ว เป็นปีที่ผมได้มีเวลาไปเที่ยวต่างประเทศมากที่สุดแล้ว ทั้งหมด 5 ทริป รวมๆเวลาเที่ยวประมาณ 45-50 วัน (สั้นสุดคือ 3วัน และมากสุดคือ 15วัน)

สิ่งที่ผมคิดในตอนนั้นคือ เราอยากลองใช้ชีวิตแบบที่เราอยากทำ อยากเที่ยวก็เที่ยว ไปไหนก็ไป สนุกๆให้สุดไปเลย แน่นอน ผมก็หิ้ว Laptop ไปทำงานด้วยแหละ ก็วางแผนไว้ เที่ยวบ้าง วันละ5-6ชั่วโมง ทำงานซัก 3-4ชั่วโมง ไรงี้

แต่พอไปจริงๆ การทำงาน มันก็ไม่ได้ตามแผนที่วางไว้ขนาดนั้น หรือบางครั้ง มีข้อจำกัด เราต้องนั่งทำงาน 1-2วัน และบางทีคิดว่าจะเสร็จทัน ก็ไม่เสร็จ หรือบางที เที่ยวแล้วเพลิน กลับมาก็ไม่ไหวแล้ว ขอพัก ทำให้งานเลื่อนก็มี

หลังจากหลายๆทริป ที่เราได้เดินทางคนเดียว มันทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง มันทำให้ผมได้คิด ได้ผ่านเหตุการณ์ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น ได้พบเจอเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน จากการเที่ยวไป นอกเหนือจากแค่การพักผ่อน

จนมันซึบซับมาเรื่อยๆ จนถึงปีนี้ มันเลยทำให้ผมได้มีไอเดีย ได้เกิดความคิด ได้มีเป้าหมายอะไรหลายๆอย่างมากขึ้นนั่นเอง

จากผมคนปีที่แล้ว ที่มองชีวิตแค่เที่ยวสนุกๆ อยากไปไหนก็ไป งานทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ เงินหมด เราก็ค่อยทำ ไม่เคยวางแผนอะไรเลย ไม่มีเป้าหมายในชีวิต

มาถึงผมในวัน ผมมีเป้าหมาย มีการวางแผน จากสิ่งที่เราได้เรียนรู้มา ผมก็เลยตระหนักได้ว่า ทุกๆคนนั้นแหละ พอเราได้รับรู้ ได้เห็น ได้เรียนรู้ เราก็จะเติบโตมากขึ้น แต่ละคนมีเส้นทางที่แตกต่างกัน มีวิธีการเรียนรู้ มีวิธีการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน

  • ผมทีแรกคิดไว้แค่ว่า อยากไปเที่ยวบ่อยๆ เลย แบบ เดือนละ 1-2ทริป แล้วเดี๋ยวทำ Vlog ไปด้วยเลย สนุกๆ รวมถึงอาจจะเขียนบล็อกรีวิว แต่พอเวลาเราไปเที่ยวจริงๆ เราอยากเที่ยวแบบเงียบๆ เดินดูผู้คน ดูบรรยากาศ ถ่ายรูปเล่นๆ เราไม่ได้อยากอัดวิดีโอ หรือต้องมาตัดต่อ มา present ให้ใครดูนี่นา
  • พอหลายๆทริป จากที่ผมคิดว่าจะเที่ยวยาวๆ กลายเป็นว่าผมอยากโฟกัส อยากนั่งทำงานจริงๆจังๆมากกว่าแฮะ
  • จากทีแรกคิดไว้ว่า เราต้องเป็น Nomad ทำงานที่ไหนก็ได้ แต่พอทำจริงๆ การนั่ง Co working Space หรือร้านกาแฟ มันไม่ทำให้ผมได้ Productivity เลย มีสิ่งรบกวนเต็มไปหมด ผมไม่สามารถโฟกัสงานได้เลย บางอารมณ์ผมคิดอะไรไม่ออก เชื่อมั้ย ลบโค๊ด พิมพ์ใหม่ มันอยู่อย่างงั้นแหละ 5-6 รอบ ทำให้ดูเหมือนเรานั่งโค๊ด นั่งทำงาน เห้อ
  • จากนั้น ผมก็พบว่า จริงๆแล้ว ผมชอบการนั่งทำงานในที่เงียบๆ ในโต๊ะส่วนตัว มี Laptop มีจอ Monitor อีกจอ นั่งโค๊ด นั่งคิด เงียบๆ ได้ Productivity มากกว่าที่อื่นๆ

ณ​ ตอนนี้ สิ่งที่ผมอยากทำคือ ผมอยากโฟกัสกับการทำงาน โดยผมสามารถทำงานได้ทั้ง 7 วัน แบบไม่ต้องพัก ได้เลย ไม่มีปัญหา และเมื่องานมันโอเค หรือมันมีช่วงเวลาที่มัน stable หรืออยู่ตัว หรือไม่ได้เร่งรีบ เราก็มีเวลาพักผ่อน อาจจะหยุดไป เที่ยว เพื่อชาร์จพลังงาน แล้วกลับมาโฟกัสกับงานต่อ

เพราะสุดท้ายแล้ว ผมกลับรู้สึกชอบทำงาน มากกว่าไปเที่ยวอยู่ดี เพียงแค่การไปเที่ยวของผมมันคือการเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนสถานที่ทำงาน ได้ดูผู้คน และหาไอเดีย พักเบรค พักความคิดต่างๆ เพื่อเรามีพลัง มีไอเดีย เราก็จะได้กลับไปโฟกัส งาน ทำงานได้เต็มที่

ทั้งหมดมันก็คือการลองใช้ชีวิตและค้นหาตัวเองของเรามากกว่า ข้อดีคือ เราได้ลองทำสิ่งที่เราคิด ว่ามันน่าจะดี เราน่าจะชอบ และเมื่อเราได้ลองทำมันแล้ว เรายังชอบอยู่มั้ย เรายังคิดว่ามันดีอยู่มั้ย มันใช่สิ่งที่เราเป็นหรือเปล่า

ก็ไม่รู้ว่าปีนี้ทริปแรกจะไปไหนดี ซึ่ง ตอนนี้ไม่มีแพลนเลยแฮะ ฮ่าๆ

Happy Blogging


📝 Day 39 of #365DaysOfBlogging

#เขียนบล็อก #ฝึกสร้างนิสัย #GoodHabit #Blogging


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น