อยู่ๆ ก็รู้สึกอยากไปเที่ยว

29 Mar 2020 BloggingTravel

Yufuin ที่ไปมา เมื่อต.ค. 2019

วันนี้ อยู่ๆ ก็นึกอยากจะไปเที่ยวอีกแล้ว เนื่องจากด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ที่ทำให้ทุกๆ คนต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหน มีทั้งความเครียด อะไรหลายๆ อย่าง เลยทำให้การที่ได้เดินทางออกไปเที่ยว น่าจะเป็นสิ่งที่หลายๆ คนคิดแน่ๆ ไม่ใช่เฉพาะผมคนเดียว

ตัวอย่างเช่น ข่าวในประเทศจีน ที่ตอนนี้ COVID-19 น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้หมดแล้ว ไม่มีเคสที่เจออาการป่วยแล้ว ทำให้คนจีน อยากเที่ยวกันมาก

และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น วันนี้ ก็เลยนึกถึงบรรยากาศล่าสุดที่ได้ไปเที่ยว ก็คือ ทริปญี่ปุ่น เมื่อปลายปีที่แล้วนั่นเอง

และทำไมผมถึงเอาทริปล่าสุดมาเขียนละ จริงๆ ผมกะจะทำเป็นทริปรีวิว เขียนอีกบล็อกนึง แต่ว่าเอาไว้ก่อน บล็อกนี้ขอเล่าจุดประสงค์ดีกว่า


ผมได้ไปเที่ยวโซนคิวชู (ทางใต้) ของญี่ปุ่น เมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ก็ 4-5 เดือนได้ละ และจริงๆ ก็มีแพลนจะไปโตเกียว ช่วง ปลายกุมภา ก็ยกเลิกดีกว่า ดูแล้วไม่น่าเที่ยวได้สนุกเท่าไหร่

มันก็เลยทำให้ผมยิ่งมีความรู้สึกว่าอยากไปเที่ยว อยากเปลี่ยนบรรยากาศด้วยแหละ

ทีนี้เป้าหมายที่ผมไปคิวชูเมื่อทริปที่แล้วคือ

  1. ผมอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ สถานที่ ทั้งทำงาน และเดินเล่น เดินเที่ยว ดูผู้คน เพราะผมมส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าเป็นคนที่เบื่อง่าย ไม่ชอบอะไรที่มันเดิมๆ ผมก็เลยชอบมองหาอะไรใหม่ๆ (แต่แปลกนะ ผมเป็นคนติดบ้านมากๆ ไม่ค่อยไปไหนหรอก มันแลขัดกัน เหมือนสองคั่ว มั้ยละ ฮ่าๆ) คือเวลาทริปเที่ยวต่างประเทศผมก็ไปไง แต่ช่วงไม่ไป ผมก็อยู่บ้านแบบ 2-3 เดือนเลยไรงี้
  2. ผมอยากลองไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ดู แบบไม่ใช่ในมุมมองนั่งท่องเที่ยว 100% แต่อยากไปแบบคล้ายๆ Local คือไปอยู่เลย ทริปนี้เลยเที่ยวบ้าง นั่งเล่นบ้าง ทำงานบ้าง และดูผู้คนบ้าง ผสมกันไป เพราะผมมีความฝันเล็กๆ น้อยๆ อยากลองมาใช้ชีวิต ที่นี่ดู ซัก 3 เดือน ครึ่งปีไรงี้ ทริปนี้ 10กว่าวัน ก็เลยลองดูก่อน ว่าเป็นไง
  3. ช่วงนั้น ผมอยากลองใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad คือทำงานที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีอินเตอร์เนต แต่พอทำแล้ว ส่วนตัวแล้ว ผมว่าไม่เหมาะกับผมเท่าไหร่ คือ อาจจะเป็นเพราะช่วงนั้น ผมรักษาวินัยไม่ค่อยดี เลยทำให้เราไม่สามารถควบคุมเวลาทำงานได้ บางทีก็จะเล่นมากไป บางทีก็ไม่ได้ทำงาน เป็นต้น และอีกอย่าง ผมไม่ชอบนั่งทำงาน ตาม Cafe หรือ Co working แฮะ กลับกัน ผมชอบอิสระ ก็จริง แต่ผมชอบนั่งทำงานเงียบๆ ในห้องคนเดียวมากกว่า (ทริปที่ไป 3-4 วัน ผมก็อยู่ในห้อง ไม่ไปไหนเลย ออกไปแค่ตอนพัก หาอะไรกิน แค่นั้น นอกนั้นก็ทำงานยาวๆ เลย)
  4. ดูค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิต ดูว่า เราทำงานโดยมี Client ลูกค้าที่จ่ายตัง เป็นคนไทย และใช้ชีวิตในญี่ปุ่น เราสามารถรับค่าใช้จ่ายไหวมั้ย ค่าห้อง ค่ากิน ค่าเดินทาง เป็นต้น ซึ่งลองคำนวณคร่าวๆ แล้ว คงต้องใช้จ่าย ราวๆ 50-60k บาท ต่อเดือน น่าจะได้อยู่ (ไม่ได้สบาย แต่ก็ไม่ได้ลำบาก) เพราะที่ Fukuoka ค่าห้องถูกกว่าโซนโตเกียว หรือโอซาก้าเยอะมาก บางที่ ทำเลโอเคเลย แค่ 3-4หมื่นเยนก็มีนะ

สิ่งที่ได้เรียนรู้

อย่างแรกเลย มันดีมากๆ ที่เราได้ลองทริปเที่ยว และเป็นทริปเที่ยวคนเดียวของผม ทริปที่ 4 ของปี ก็ว่าได้ ทุกๆ การเที่ยว เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง

  1. เงิน จำเป็นมากๆ ฮ่าๆ หากเราคิดจะเที่ยว เราก็ต้องเก็บเงินไว้เที่ยว พยายามอย่าใช้เงินเก็บ และผมก็ผิดพลาดส่วนนี้ เพราะเผลอใช้เงินเก็บ และเวลาเที่ยวก็ควรจะตั้ง Budget เพราะไม่งั้นจะเกินงบไปเยอะ ผมติดอยากกินไร กิน อยากไปไหนไป อยากซื้ออะไรซื้อ พอจบทริป มาดู Budget แทบร้องไห้ (ข้อนี้สำคัญมากๆ)
  2. เราได้เรียนรู้ว่าการบริหารเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญ ในทริปนี้ แม้ผมจะตั้งเป้าหมายไว้ว่ามาลองใช้ชีวิต แต่ผมก็วางแผนไว้แล้วว่า จะทำงานด้วย เที่ยวไปด้วย แต่พอทำจริงๆ มันดันทำงานได้น้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ เรื่องนี้ก็เลยได้เรียนรู้ว่า การบริหารเวลานั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน
  3. ความรับผิดชอบ ผมว่ามันก็คล้ายๆ กับการบริหารเวลา เมื่อเราบริหารเวลาไม่ได้ สิ่งที่เรารับปาก ความรับผิดชอบของเรา ก็ทำไม่ได้เช่นกัน จบทริป ผมถึงได้ตระหนักว่า ผมขาดความรับผิดชอบในหลายๆ เรื่องไปเหมือนกัน โดยผมมักจะใช้ข้ออ้างของตัวเอง เช่น เป็นคนชิวๆ สบายๆ อะ ไม่รีบ อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ทำ แต่สุดท้ายแล้ว มันไม่ใช่ข้ออ้างที่เราจะใช้อ้าง ว่าเราเป็นคนสบายๆ ชิลๆนะ แต่มันคือความรับผิดชอบต่างหาก เราแค่หาข้อแก้ตัวให้มันดูดีเฉยๆ
  4. ได้รู้จัก Life Style ได้รู้จัก Work Life Integration มากขึ้น ผมว่าไม่ว่าเราจะอ่าน จะฟัง จะดูตัวอย่าง อ่านหนังสือมามากแค่ไหน สิ่งที่คนอื่นๆบอกมันดี หรือสิ่งทีคนอื่นๆทำนั้นดี เราทำอาจจะไม่ได้ดีก็ได้ ฉะนั้น การมาลองด้วยตัวเอง ลองใช้ชีวิต ในแบบที่เราอยากเป็น ลองดูสิ่งที่เราคิดกับความเป็นจริง แล้วเราจะรู้ จะตระหนักได้เอง ในทริปนี้ผมก็เข้าใจชีวิต เข้าใจตัวเองมากขึ้น ชีวิตแต่ละคน มีวิธีดำเนินการคนละแบบ ฉะนั้น ลองทำครับ จะได้รู้

สุดท้าย แล้ว ผมก็พบว่าการท่องเที่ยว การเดินทาง ทุกอย่าง มันก็คือการเรียนรู้ ไม่มีผิด ไม่มีถูก ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอปลายทางที่สวยหรู เวลาไปเที่ยว สิ่งที่ผมคาดหวังคือ ระหว่างทางต่างหาก ระหว่างทางผมอาจจะเจออุปสรรค ผมผ่านมันไปได้ หรือระหว่างทางผมได้ตระหนัก ได้ย้อนมองตัวเอง ได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง นั่นต่างหาก ที่สำคัญสำหรับผมในทุกๆ การเดินทาง

สวัสดี

Happy Blogging


📝 Day 88 of #365DaysOfBlogging

#เขียนบล็อก #ฝึกสร้างนิสัย #GoodHabit


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น