การเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือทำงานประจำ ไม่ดีหรอ?

06 Jan 2020 BloggingLifestyle

This is a shot of the owner of New Zealand watch company - Hunters Race.
Photo by Hunters Race / Unsplash

สวัสดีครับ บทความนี้ผมได้คุยกับเพื่อนคนนึง เมื่อหลายวันก่อน ซึ่งบ่นให้ผมฟังเกี่ยวกับการทำงานและบ่นว่าอยากออกมาเปิดบริษัทเอง คุยไปคุยมาก็เลยมานั่งทบทวนแล้วเอามาเล่าในแบบมุมมองความคิดของผมนะครับ + ประสบการณ์ที่ผมก็เป็นมนุษย์เงินเดือน หรือ พนักงานประจำคนนึง ไม่ได้เปิดบริษัท หรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง (ก็มีบ้างที่เป็นงานเสริมเล็กๆน้อยๆครับ)

ซึ่งสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองคือ คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง คนที่เป็นนายคน แต่สุดท้ายแล้ว คำว่าประสบความสำเร็จ แต่ละคนมันก็แตกต่างกันถูกมั้ย

บางคนมองเรื่องหน้าที่การงานคือประสบความสำเร็จ บางคนมองเรื่องรายได้ มองเรื่องทรัพย์สิน บางคนมองเรื่องการมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น บางคนมองเรื่องชื่อเสียง ซึ่งมันก็ไม่มีผิดถูกอยู่ที่เป้าหมายของแต่ละคน และไม่มีใครมาตัดสินคุณได้เช่นกัน


ก่อนไปพูดถึงเรื่องต่างๆ ผมมาพูดเรื่องงานที่ผมทำอยู่ จริงๆมันอาจจะค่อนข้างต่างจาก สายงานอื่นๆ เช่นกัน บางอย่างอาจจะทำไม่ได้ในสายงานอื่น คือผมได้ทำงานประจำ เป็นมนุษย์เงินเดือนในสายงานด้าน Tech / Software Company ซึ่งมันค่อนข้าง Flexible กว่าบริษัททั่วๆไป เช่น

  • ผมสามารถเข้างานเวลาไหนก็ได้ ไม่มีตรอกบัตร หรือถ้างานเสร็จเร็ว อยากกลับก็กลับ
  • สิ่งสำคัญอยู่ที่ Productivity งานที่ทำ ถ้าทำเสร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ จะทำอะไรก็ไม่มีใครว่า
  • สามารถ Work from Home หรือ Remote ได้ตามที่เราคิดว่ามันทำให้เราได้ทำงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ใช่เวลาที่ใช้ทำงานมากที่สุด
  • การแต่งกาย สบายๆ จะใส่อะไรมาก็ใส่ ขอแค่กล้าใส่ออกมาจากบ้านก็พอ ยกเว้นแค่ตอนไปพบลูกค้าเท่านั้น ที่ควรจะใส่ทางการมาซักหน่อย
  • จะเห็นได้ว่า พวกปัจจัยภายนอกต่างๆ มันแทบไม่มีผลเลย ฉะนั้นเราเลยโฟกัสแค่ผลงานดีกว่า
  • ทั้งสิ่งทั้งมวล คือความเชื่อใจกัน และ การทำงานเป็นทีม ทุกคนคือทีมเดียวกัน และยิ่งเราเป็นทีมเดียวกัน ฉะนั้นการแชร์ความรู้ ประสบการณ์ในทีม เลยเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ทุกคนในทีมต้องทดแทนกันได้ ก็เลยเป็นอีกหนึ่งแนวคิด ที่ส่งเสริมให้ทุกๆคนในทีม มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอนั่นเอง

ทีนี้เวลาที่ผมจะแชร์ประสบการณ์หรือแนะนำแนวทางแก่เพื่อน (ซึ่งมันไม่ใช่สาย Tech Company) ทำให้ผมก็ต้องพยายามยกเคสตัวอย่าง หรือพยายามมองหาสิ่งที่เป็นไปได้ ที่ผมทำอยู่ และอาจจะเอามาปรับ ประยุกต์ใช้ในแต่ละคนได้

ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าในความคิดหรือในมุมมองผม จะถูกต้องทั้งหมดหรือไม่ แต่ก็ถ้าผู้หลงเข้ามาอ่านท่านใด อ่านและนำไปใช้ และสามารถช่วยให้ชีวิตคุณพัฒนาขึ้น ช่วยให้หน้าที่การงาน อาชีพ และรายได้คุณดีขึ้น แค่นี้ผมก็ดีใจแล้วครับ


ทำไมคนมองว่าจะประสบความสำเร็จต้องออกมาทำเอง?

ข้อนี้ผมไม่สามารถตอบแทนคนส่วนใหญ่ได้นะครับ แต่ถ้าในมุมมองของผมเองคือ การที่ออกมาทำเอง ทำให้เราสามารถกำหนด Direction ของสิ่งที่จะทำได้ เราสามารถควบคุมหรือสามารถตัดสินใจทำอะไรได้เอง เราต้อง Manage สิ่งต่างๆได้ ซึ่งผลตอบแทน เช่น รายได้ แน่นอน มีตั้งแต่ ได้น้อยกว่างานประจำ ไปจนกำไร ระดับ 10 เท่า 100 เท่า ของงานประจำ และอีกความเชื่อนึงที่คนบอกว่า ทำงานประจำไม่รวยหรอ

เพื่อนผมบอกว่า ออกมาเปิดบริษัทเอง จะได้ทำสิ่งที่ต้องการได้ ไม่ต้องคอยทำตามใคร อยากมีอิสระในการทำงาน จะทำเวลาไหนก็ได้

ผมเลยถามกลับไป ถ้าอยากเปิดเพราะว่าอยากมีอิสระหรือเลือกทำงานเวลาไหนก็ได้ คิดว่าเราจะเลือกได้มั้ย? ถ้าบริษัทยังไม่โตพอ ช่วงแรกต้องลำบาก เผลอๆทำ 24ชั่วโมงเลยนะ สิ่งที่หลายๆคนชอบคิดคือ มองเห็นผลลัพธ์สุดท้าย ว่าชีวิตต้องสวยหรู่ แต่คุณลืมไปหรือเปล่า เส้นทางที่เค้าเจอมา อุปสรรค ปัญหา ต่างๆละ?


It’s my favorite mug. It just is.
Photo by Brooke Lark / Unsplash

ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับการเป็นนายตัวเอง

ข้อนี้ผมตอบได้เลยว่า คนบางคนเหมาะกับการทำงานประจำ คนบางคนให้ตายยังไงก็ไม่เหมาะกับการทำธุรกิจหรือเป็นนายตัวเอง (จนกว่า เค้าจะค้นพบ หรือเจอแนวทางของตัวเอง) ซึ่งสิ่งสำคัญคือ แต่ละคนมีนิสัย ความคิด มีสภาพแวดล้อมต่างกัน การที่เราจะคิดให้ทุกคนอยากรวย อยากประสบความสำเร็จ ก็จงเป็นนายของตัวเองนั้น ผมว่าไม่เสมอไปครับ

ตัวอย่างของผมเอง ถามว่าผมอยากเป็นมั้ย ผมตอบว่าก็อยาก แต่ ณ ​ตอนนี้ ผมไม่เหมาะจะเป็นนายตัวเอง หรือเปิดบริษัท เพราะอะไร?

  • เพราะผมยังรู้สึกไม่อยากแบกรับภาระ (เมื่อไหร่ผมพร้อม เมื่อนั้นก็อาจจะเห็นผมอีกคนก็ได้)
  • ยังมีความสุขดีกับสิ่งที่ทำอยู่ (เมื่อไหร่ที่จะเจอจุดเปลี่ยน หรือการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะเห็นผมอีกคนก็ได้)
  • ผมไม่ได้มีความทะเยอทะยาน หรืออยากรวย อะไรพวกนั้น บางคนความฝันคือ อยากเปลี่ยนโลก ความฝันอลังการมากๆ แต่สำหรับผม ผมแค่สนุกกับการใช้ชีวิต เรียบๆง่ายๆ ของผม ก็พอใจแล้ว (ก็เหมือนข้อบน ถ้าเจอจุดเปลี่ยนความคิด ก็อาจเป็นไปได้)

ข้อดีของการเป็นพนักงานประจำ

ถามว่าการเป็นพนักงานประจำนั้นมีข้อดีอะไรบ้าง ซึ่งผมก็พยายามแยกย่อยออกมาละกัน คือ

  • รายได้มั่นคงครับ และไม่ต้องทนรับความเสี่ยงใดๆ แค่คุณทำงาน สิ้นเดือนคุณก็ได้รับเงินเดือน รวมถึงมีสวัสดิการต่างๆ แล้วแต่บริษัท
  • มีเวลาทำงานที่แน่นอน - คือถ้าคุณได้ทำงานประจำ คุณก็มีตารางเวลาแน่นอน ว่าทำงาน จันทร์ ถึง ศุกร์ 9โมง เลิก 6 โมง เวลาที่เหลือก็คือเวลาคุณเอง แถมสามารถลาหยุด ลาป่วยได้ โดยที่คุณก็ยังได้เงินเดือนอยู่

ข้อเสียของการเป็นพนักงานประจำ

  • ไม่มีอิสระ ทั้งในด้านความคิด และการทำงาน คือคุณอาจจะต้องทำตามที่หัวหน้างาน หรือลูกค้าต้องการ (อาจจะมีบ้างที่เราสามารถแนะนำได้)
  • ไม่รวย หมายความว่า ถ้าคุณหวังว่าจะมีรายได้แบบก้าวกระโดด แบบเป็นนายตัวเอง คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหวังว่าจะมีเงินเก็บ และรวย พอใช้ในระดับที่พอใจของเรา อันนี้พอเป็นไปได้ครับ

Alarm clock friends situation with hand
Photo by Lukas Blazek / Unsplash

ทำงานประจำก็แบ่งเวลาได้

ผมถามเพื่อนกลับไปว่า เอ๊ะ เราทำงานประจำ เราก็แบ่งเวลาได้เหมือนกันนี่นา ทำไมต้องออกจากงานประจำ และคิดว่าจะมีเวลามากขึ้นละ? ในความคิดผม ขนาดแค่การบริหารเวลา ในช่วงที่ไม่ได้ทำงาน (ตัดเวลาทำงาน + เวลานอน + เดินทาง / ทานข้าว) น่าจะเหลือเวลา 6ชั่วโมงต่อวัน โดยเฉลี่ย แค่เวลาแค่นี้ เรายังไม่สามารถบริหารเวลาได้เลย แล้วคิดว่า ถ้ามีเวลาเต็มๆ + ไปอีก 8-9ชั่วโมง ที่เคยทำงานประจำ คุณจะแบ่งเวลาได้หรอ?

ตัวอย่าง คุณเชื่อมั้ย ตั้งแต่ที่ผมทำงานมา + ถึงตอนนี้ ก็ 8ปีแล้ว (ผมอาจจะทำงานช้ากว่าเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน 1 ปี) เวลาว่างหลังเลิกงาน ผมใช้เวลาในการพัฒนาตัวเอง ศึกษาความรู้เพิ่มเติม + เขียนบล็อก ทบทวนตัวเอง วันละไม่ต่ำกว่า 2ชั่วโมง

ผมเชื่อว่า คนเรา สามารถพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา หากคุณเริ่ม Invest ตัวเอง ในการพัฒนาตัวเอง ซักวัน คุณก็จะเห็นโอกาส ต่างๆ หรือมุมมองในชีวิตมากขึ้น

หรือบางคนเลือกแบ่งเวลา มาทำงานเสริมก็ได้ (เป็นหัวข้อด้านล่างที่ผมจะพูดต่อ) แต่ถ้าคุณจะหางานเสริมสิ่งสำคัญคือคุณมีความสามารถพอหรือเปล่าละ สุดท้าย คุณก็ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ดี คือถ้าคนที่มี Mindset ที่ดี มีความคิดบวก ผมเชื่อว่าคนเหล่านั้นยังไงก็ประสบความสำเร็จครับ กลับกัน คนที่ไม่มีความคิดบวก มี Mindset ที่แย่ ถ้ายังไม่ปรับปรุง คุณก็จะวนอยู่ในวังวลของความทุกข์ ความอยากมี อยากได้ อยากเปลี่ยนทุกอย่าง ยกเว้นตัวเองอยู่ดี

สุดท้ายการพัฒนาตัวเอง มีแต่เรื่องดีๆครับ เชื่อเถอะว่า คุณเก่งขึ้น คุณย่อมมีเงินเดือนมากขึ้น แต่ถ้าที่ไหนไม่เห็นคุณค่าในตัวคุณ ก็ย้ายครับ คุณควรรู้ว่าความสามารถคุณมีแค่ไหน


Coins spilling out of jar
Photo by Michael Longmire / Unsplash

ทำงานประจำก็หารายได้เสริมได้

การทำงานประจำ ข้อดีคือเราสามารถมีรายได้เสริมได้ (แน่นอนต้องไม่กระทบกับงานหลักนะครับ) เพราะว่างานหลัก เรามีหน้าที่ประจำ มีความรับผิดชอบเป็นส่วนๆ ไป ไม่ต้องมากังวลเท่ากับตอนเป็นเจ้าของบริษัท

ทีนี้การจะหารายได้เสริม เริ่มจากตรงไหนละ?

มันก็เริ่มจากตัวคุณเองอยู่ดี ความสามารถคุณ ถ้าไม่มีก็พัฒนามันขึ้นมา ไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัวคุณเอง วิธีในการลงทุนและคุ้มค่าที่สุดในความคิดผม คือการลงทุนในความรู้

ส่วนการหารายได้เสริม ผมจะยกเคส แบ่งเป็นแบบทั่วๆไป และแบบ Online นะครับ ที่ง่ายที่สุดคือการค้าขายครับ และก็รับจ้าง

  • มีเพื่อนผมคนนึง ขายเสื้อผ้าตลาดนัด หลังเลิกงาน หรือเสาร์ อาทิตย์ สร้างรายได้อีกช่องทางนึงให้เค้าได้ (ตอนหลังพัฒนามาเป็นขาย Online ด้วย)
  • น้องที่รู้จักขายทุกอย่างผ่าน Facebook ทั้งผลไม้ อาหาร เสื้อผ้า กระเป๋า
  • น้องอีกคนไปลงทุนเรียนทำเล็บ เพื่อมารับทำเล็บ เสาร์ อาทิตย์ หลังเลิกงาน (เคสนี้ผมไม่แน่ใจว่า เป็น Part time หรือเป็นจ็อบๆนะครับ)
  • เพื่อนคนนึง เค้ามีสกิลวาดรูปพอดี (น่าจะเป็นงานอดิเรก) ก็เปิดคอร์สเรียน รวมถึงรับจ้างวาดรูป เล็กๆน้อยๆ จากงานประจำ

ส่วน Online พอดีว่าผมอยู่สาย Tech Software ก็จะพยายามยกเคสของเพื่อนๆที่รู้จักละกันครับ

  • ง่ายสุดเลยคือการเขียนบทความครับ ผมเจอน้องที่รู้จักอยู่มัธยม เริ่มต้นจากรับจ้างเขียนบทความ บทความละ 20-50 บาท โดยอาทิตย์นึงได้ 500 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนบทความ ถ้าเทียบกัน กับงานประจำ ถ้าคุณแบ่งเวลาส่วนนึงเวลาว่าง มาทำ ก็มีรายได้เสริมเล็กๆได้เช่นกัน (ยิ่งเขียนดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น หรือ Niche โอกาสที่ได้ราคาสูงก็มีมาก)
ไดอารี่ความฝัน
สวัสดีค่ะ ทุกโคนนนนนนนนน เอาข่าวมาฝากสำหรับใครที่ชอบเขียน น่าจะชอบนะคะ เห็นทาง True ID รับงานเขียน บทความละ 100 บาท ถ้าผ่านอนุมัติก็รับเงินไปเล๊ย!! พออ่านรายละเอียดเสร็จเค้าเองก็ สมัครไปเลย ใครที่เป็นสมาชิก True ID อยู่แล้ว สามารถ Log-in ได้เลยค่ะ แล้วก็เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวเพิ่มนิดหน่อย ค่ะ
เห็นว่าเว็บ True Intrend มีรับบทความด้วยนะครับ บทละ 100 บาท ลองดูเพิ่มเติมได้
  • ทำบล้อก เป็น Blogger หลายๆคนเลือกทำเป็น Blogger ครับ แต่ต้องบอกก่อนว่า เป็นสายที่จะต้องอดทนครับ และไม่ได้เงินง่ายๆ อย่างที่คิด ส่วนใหญ่เลยทำให้เลิกทำกันไปซะก่อน เพราะไม่ใช่ว่า เริ่มเขียนบล็อกวันนี้ อีกเดือนนึงจะดัง ไม่ใช่เลย อย่างน้อย 3-6เดือนครับ หรือแม้แต่เว็บผมเอง กว่าจะทำเงินได้ ยังเป็นปีเลย
  • สาย Youtuber จริงๆ แล้วสายนี้ก็คล้ายๆกับการเป็น Blogger ครับ เราสามารถหาตังได้ง่ายๆ ถ้าเรารู้จักการนำเสนอ แต่ที่แน่ๆ ทุกคนในเวลานี้ อยากทำ Youtuber กันหมด และ Content แบบไหนละ จะปัง ก็ต้องให้คนดูตัดสินใจแล้วแหละ ซึ่งผมก็ตอบไม่ได้ ผมก็ได้แต่แนะนำว่า การทำ Youtuber ก็คล้ายๆกับการเขียนบล็อก ต้องใช้เวลาครับ คนล้มหาย ตายจากไปเยอะมาก เพราะว่าลองลงคลิป ลองทำคลิป 10-20 คลิป คนดูหลัก 100 ก็ท้อกันหมด ทำแล้วไม่คุ้ม
  • ถ้าคุณพอมีสกิล ก็เริ่มพัฒนาสกิล ความสามารถโดยการรับทำงานพวก Graphic Design หรือ Web Development ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ดีครับ แถมมีรายได้เสริมด้วย
  • หรือถ้าคุณมีความสามารถโดดเด่น ลองเปิด Course Online ขายออนไลน์ดูก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยที่คุณก็ยังทำงานประจำ และก็ขายคอร์ส Online เป็นรายได้เสริมไป สำคัญคือทำยังไงให้ขายได้มากกว่า (ส่วนนี้ก็ต้องไปทำการบ้านกันเอาเองครับ)

สุดท้ายผมมองว่า เราต้องลองทำดูครับ สิ่งที่หลายๆคนทำแล้วประสบความสำเร็จ คุณทำตามอาจจะไม่ดีก็ได้ ในขณะที่หลายๆคนทำสิ่งต่างๆไม่ดีและไม่แนะนำให้คุณทำ แต่คุณอาจจะประสบความสำเร็จก็ได้ ใครจะไปรู้

สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับว่า คุณลองทำมันหรือยังต่างหาก (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำในสมมติฐาน หรือความมีเหตุผลด้วยนะครับ ไม่ใช่ทำโดยไม่คิดไตร่ตรอง อยากทำทุกอย่าง ไม่ดูอะไรเลย แบบนี้ก็ไม่ดีเช่นกัน)


Wanderlust
Photo by Becca Tapert / Unsplash

ทำงานประจำก็มีอิสระได้

หลายๆคนมักบ่นว่า การเป็นมนุษย์เงินเดือน พนักงานประจำ ไม่มีอิสระเลย ทั้งอิสระในการใช้ความคิด การตัดสินใจ หรืออิสระในการเลือกทำงาน เลือกช่วงเวลา

และอีกอย่างคือทุกๆมักบอกว่า ทำงานประจำเจอแต่ปัญหา จะแก้ก็แก้ไม่ได้ ไม่มีอิสระในการตัดสินใจ ข้อนี้ผมก็มองว่าทุกที่มีปัญหาหมด อยู่ที่ว่าเราจะแก้ปัญหาวิธีใด แต่ไม่ใช่การหนีปัญหาแน่นอน และผมก็ไม่เห็นว่าการที่เราเจอปัญหา และมองว่าการทำงานประจำไม่ดี เลยอยากออกมาเป็นนายตัวเอง มันจะแก้ปัญหาที่เจอได้เลย

และผมก็ไม่สามารถบอกได้ว่า เราสามารถมีอิสระในที่ทำงานได้มั้ย แต่ผมขอแชร์ในมุมมองผมแล้วกันครับ ผมว่าการมีอิสระ ในแบบของผมคือ การมีอิสระในการเลือกที่ทำงาน

ทำให้ทุกที่ที่ผมทำงาน ผมมีอิสระในการออกความคิด มีอิสระในการทำงาน มีความ Flexible ซึ่งจริงๆก็มีบริษัทหรือช่วงเวลาที่บางบริษัทไม่สามารถเป็นได้ตามตั้งใจ เราก็ต้องพยายามผลักดัน ทุกคนในทีมช่วยกัน มี Vision เดียว สุดท้ายบริษัทก็จะไปในแบบที่ทุกคน Happy ครับ หรือถ้าที่ไหน ทำไม่ได้ เราก็หาที่เหมาะกับเรา (ไม่มีที่ที่ดีที่สุด ที่ที่แย่ที่สุด หรือบริษัทดี บริษัทแย่ๆ อยู่ที่ช่วงจังหวะชีวิต เราต้องการสิ่งไหน และบริษัท ณ​ช่วงนั้น เค้าขาดสิ่งไหน)

ทั้งหมดทั้งมวล อยู่ที่การเลือกของเรา แต่การที่เราจะเป็นผู้เลือก ไม่ใช่บริษัทเลือกเรา สิ่งสำคัญคงต้องย้อนกลับไปถามว่า เรามีดีพอหรือยัง ถ้ายัง ก็แค่พัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น ซักวันเราก็จะสามารถมีอิสระ ในการเลือก ในแบบของเราได้เองครับ


สุดท้าย

บทความนี้ก็เป็นหนึ่งบทความในความคิดผมเอง ที่อยากจะเสนอในมุมมองของการเป็นพนักงานประจำ เป็นมนุษย์เงินเดือนคนนึง ว่าจริงๆแล้ว เราก็สามารถมีความสุขกับการใช้ชีวิตได้ ไม่จำเป็นต้องออกจากงานประจำ ไม่จำเป็นต้องเป็นนายตัวเองเลย ถ้าเอาจากใจจริงๆ

ส่วนตัวผมมัน (หรือหลายๆคน) ก็อยากเป็นนายตัวเองแหละ ในท้ายที่สุด เราก็อยากมีเป็นของตัวเองนั่นแหละ แต่ถ้ามาคิดจริงๆแล้ว ผมก็ต้องย้อนกลับมาถามตัวผมเองอีกเช่นกันว่า เป้าหมายชีวิต เป้าหมายการทำงานของผมคืออะไรล่ะ? จริงๆ มันก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

แต่ในตอนนี้เป้าหมายของผม คือการพัฒนาตัวเอง รวมถึงมีสิ่งที่ทำให้ผมได้ตื่นมาและสนุกกับการทำงานอยู่ ไม่ว่าผมจะทำงานประจำ จะออกมาเป็น Freelance จะเปิดบริษัทเอง หรือรับจ้างอะไรทั่วๆไป ตราบใดที่ผมยังคง Happy กับการทำงาน กับการใช้ชีวิตปกติ ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นเลย เราจะเป็นอะไร ก็เป็น อย่าเอาแค่หน้าที่ หรือตำแหน่ง มาแบ่งแยกเราเลย สิ่งที่ผมเป็นคือ ผมสนุกกับการใช้ชีวิต และมีความสุขกับมัน แค่นั้นผมก็พอใจแล้ว

😆สวัสดีครับ


📝Day 5 of #365DaysOfBlogging

#เขียนบล็อก #ฝึกสร้างนิสัย #GoodHabit #Blogging #BetterChai #งานประจำ #มนุษย์เงินเดือน #พัฒนาตัวเอง #รายได้เสริม #Freelance


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น