บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่น 5วัน ด้วยบัตร JR Kansai Hiroshima Pass

04 Jan 2020 TravelJapanLifestyle

สวัสดีครับ โพสนี้เป็นรีวิว ที่ผมไปเที่ยวญี่ปุ่นมาในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา (คือเกือบจะครบปีแล้ว เพิ่งมีเวลาเขียน ฮ่าๆ) และก็ทริป 5 วันนี้ ก็เป็นบางส่วนของทริปทั้งหมด เพราะไปมา 15 วัน (คือไปเที่ยวด้วย ทำงานไปด้วยครับ อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ)

สำหรับฉบับย่อ Overview ว่าไปไหนมาบ้าง อ่านเพิ่มได้ตามนี้ครับ

รีวิวเที่ยวญีปุ่นคนเดียว 15วัน ฉบับย่อแล้ว
สวัสดีครับเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น วันนี้ก็เลยจะมาเขียนรีวิวทริปเที่ยวญี่ปุ่น 15วันแบบคนเดียวมาฝากกัน…

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยบัตร Kansai-Hiroshima Area Pass

บัตร Kansai-Hiroshima Area Pass จะมีแบบ 5 Days โดยต้องใช้งานติดต่อกัน 5วันครับ และต้องทำการระบุวันที่จะใช้งาน จึงจะออกตั๋วได้ครับ บัตร Kansai Hiroshima Area Pass แบบ 5 วัน ราคา ¥13,500

แผนที่ของบัตร

โดยบัตรนี้สามารถใช้ขึ้นรถสาย JR ได้ตั้งแต่โซนคันไซ (Osaka, Kyoto, Nara, Kobe) ไปจนถึง Hiroshima และสามารถขึ้น Shinkansen สาย Sanyo Shinkansen ได้ด้วย (คือสายที่วิ่งจาก Shin-Osaka ไป Hiroshima)

Kansai-Hiroshima Area Pass Information
Get unlimited rides on the Sanyo Shinkansen (between Shin-Osaka and Hiroshima), the Limited Express, Rapid Service and local trains with non-reserved seats, and the JR-West Miyajima Ferry from Kansai Airport to Hiroshima, Okayama and Takamatsu, in addition to the Kansai area.

ขั้นตอนการซื้อตั๋ว 🎫

ผมทำการซื้อตั๋วผ่าน H.I.S Tour ครับ มีสาขาตามห้างต่างๆครับ เมื่อทำการซื้อตั๋ว จะได้ใบตั๋วชั่วคราวมาก่อนครับ (ไม่ใช่ตั๋วจริง)

จากนั้นเมื่อมาถึงประเทศญี่ปุ่น ให้เราเอาใบที่ได้จากตัวแทนในประเทศที่เราซื้อ (กรณีไม่ได้ซื้อกับ H.I.S ก็ไปซื้อที่ญี่ปุ่นได้เช่นกันครับ) ก็เอาไปให้เจ้าหน้าที่ + พร้อม Passport จากนั้นก็ระบุวันที่จะเริ่มใช้งาน

จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการเช็คในระบบ เมื่อเรียบร้อย เราก็จะได้บัตรจริงมาใช้งานครับ วิธีใช้บัตร Kansai Hiroshima Area Pass ก็สอดบัตรเข้ากับเครื่องปกติครับ และดีกว่าบัตร JR Pass ใหญ่ คือสามารถนั่ง Shinkansen ขบวน Nozomi ได้ครับ 😃

หลังจากได้ตั๋วแล้ว รออะไรละ ไปลุยกันเลย 🚀


เริ่มวางแผนเที่ยว 🗾

เมื่อได้ตั๋วแล้วผมก็เริ่มแพลนแล้วว่าจะเที่ยวไหน จริงๆก็แพลนมาก่อนหน้านี้แล้วแหละ ว่าจะไปไหนบ้าง โดยผมวางคร่าวๆไว้แบบนี้ (คือจะไม่ได้ระบุว่าต้องไปไหนๆ เวลาเท่าไหร่ ต่อรถอะไร แบบละเอียดนะครับ)

แค่โฟกัสว่าวันนี้จะไปไหน เอาแค่ที่เดียว ทีเหลือก็เป็น Minor จะไปไม่ไป ก็แล้วแต่อารมณ์ แล้วแต่สถานการณ์ไป ไปก็ได้ พลาดไปก็ไม่ได้เสียดายอะไรงี้

สุดท้ายก็ได้แพลนมาหยาบๆแบบนี้

  • Day 1 — Lake Biwa เก็บรอบทะเลสาบ Biwa หลักๆเลยคืออยากไปแถวๆ Shiga
  • Day 2— Okayama : หลักๆเลยคือสวน Kurakoen และก็ Okayama Castle
  • Day 3— Hiroshima: หลักๆ ก็คือโซนท่องเที่ยวในเมือง แล้วก็เกาะ Miyajima
  • Day 4— Amanohashidate: ไปดู Amanohashidate View Land (ส่วน Ine หมู่บ้านประมง เป็น Minor ถ้าเวลาทันก็ไป ไม่ทันก็ไม่ไป)
  • Day 5— Kobe & Himeji : ไปปราสาท Himeji และก็โซน Kobe

ซึ่งแพลนแต่ละวัน อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะต้องคอยเช็คสภาพอากาศ ก่อนออกเดินทาง เพราะกลัวว่าฝนตกจะไม่ได้เห็นวิว เช่นไป Amanohashidate เนี่ย ไม่อยากเจอฝนเลย ก็ถ้าวันไหนเจอฝนวันไป Amanohashidate ก็อาจจะสลับกับ Kobe &Himeji (ซึ่งตอนไปจริง ก็เจอฝนตอนช่วงบ่ายครับ เสียดาย เลยต้องรีบกลับ ไม่ได้แวะไป Ine)


Day 1 — Lake Biwa ⛴

วันแรกผมเริ่มต้นที่เก็บสถานที่ต่างๆรอบทะเลสาบ Biwa ครับ เพราะว่าคืนที่ผ่านมาพัก Kyoto พอดี (เช็คเอาท์ออกตอนเช้า) ก็เลยเริ่มจาก Kyoto ไป Lake Biwa น่าจะสะดวกสุด (แต่ว่าก็ต้องรีบกลับ เพราะว่าต้องรีบไปเช็คอินที่ Osaka)

เริ่มต้นออกเดินทาง ผมนั่งจากสถานี Kyoto ไป Otsu ก่อนครับ เพราะว่าใกล้ Kyoto มากๆ ใช้เวลาเดินทาง 10นาทีเอง โดยนั่งสาย JR Biwako Line for Maibara หรือ JR Special Rapid Service ก็ได้ครับ (เรามี Pass แล้วนั่งได้หมดครับ ยกเว้นส่วนที่เป็น Reserved Seat)

¥200

มาถึง Otsu แล้ว มาเช้ามาก ก่อน Tourist Information เปิด ก็เลยเดินเล่นแถวๆนี้ และลองสำรวจเลยแล้วกัน จากนั้นก็แวะซื้ออาหารกิน Family Mart แล้วก็นั่งเช็คเมล์และโค๊ดดิ่ง เล็กๆน้อย 1ชั่วโมง

ตรงนี้น่าจะเป็นท่าเรือ Otsu เพราะลองเดินเล่น เห็นส่วนที่เป็นที่ขายบัตรสำหรับเรือนั่งข้ามทะเลสาบ และเรือที่นั่งชมวิวในทะเลสาบ แต่ไม่ได้ดูรายละเอียดว่ายังไงบ้าง

หลังจากนั่งอยู่ Otsu ราวๆชม.กว่าๆ ก็ออกเดินทางต่อ ผมก็เดินกลับมาที่สถานี Otsu แล้วมุ่งไปสถานี Kusatsu (นั่งรถไฟสายเดิมนั่นแหละ ที่ไป Maibara แต่เราลงก่อน เพราะอยากลองสำรวจสถานีต่างๆ)

¥240

จริงๆสถานีนี้คนลงค่อนข้างเยอะ ไม่แน่ใจเป็นส่วนต่อไปสายอื่นด้วย แล้วก็เป็นย่านพวกออฟฟิศด้วยรึเปล่าไม่แน่ใจเพราะเห็นคนวัยทำงาน หนุ่ม สาวออฟฟิศเยอะอยู่เหมือนกัน

ที่นี้ไม่ได้เที่ยวเท่าไหร่ เพราะมัวแต่คุยกับ Tourist Information ซะนานเลย เจอคุณยายเค้าชวนคุย และก็แนะนำสถานที่ต่างๆ ในโซน Biwa และก็ Shiga จริงๆคือเที่ยว Shiga แหละ แต่โซนท่องเที่ยวหลักๆของ Shiga มันก็คือโซนทะเลสาบนี่แหละ ก็เลยได้ใบแนะนำท่องเที่ยวมา ก็คล้ายๆกับแพลนที่จะไปคือ จะรอบๆทะเลสาบ แต่เอาจริงๆ วันเดียวมันไม่ทัน เป็นชะโงกทัวร์ซะมากกว่า

แถวๆ Hikone

หลังจากนั้นจากที่จะลองแวะดู Kusatsu ก็เลยไม่ได้ไปต่อ นั่งรถไฟต่อไป Hikone เลยกลัวทำเวลาไม่ได้ 

นั่งไป Hikone นานอยู่ ครึ่งชม.กว่าๆ ก็ถึงนู้นเที่ยงกว่าแล้ว กินข้าวกลางวันที่ร้านก่อนขึ้นปราสาท Hikone ซะหน่อย เป็นอุด้งร้อนๆและก็ดังโงะ

ร้านอยู่หน้าทางขึ้นปราสาทเลย

หลังจาก Hikone ทีแรกว่าจะนั่งต่อเพื่อวนไป Omiimazu ซึ่งใช้เวลา 1ชม. คิดว่าไปถึงนู้นก็บ่าย 3 กว่าจะวนมา Shiga ไม่ทันแน่เลย ก็เลยตัดสินใจ นั่งกลับจาก Hikone มาแถวๆ Otsu เพื่อจะมาสถานี Shiga เพื่อไป Biwako Valley ลานสกีครับ

ปราสาท Hikone

นั่งกลับ Hikone ไป Shiga โดยสายเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Yamashina ใช้เวลา 1ชม.กว่า พอๆกับนั่งไปวนแถวๆ Omi-Imazu เลย

¥1490

ถึง Shiga ผมก็ลง แล้วก็ต่อบัสไป Biwako Valley (คุ้นๆว่ารถลากที่จะพาขึ้นไปบนลานสกีปิดตอน 4โมงเย็น ผมก็ซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไป ไม่ได้กะเล่นสกี แค่อยากไปเก็บบรรยากาศเฉยๆ แล้วจะรีบลงมา เพราะรถบัสรอบสุดท้ายมัน 17.30) ค่าขึ้นรถลากไปลานสกี ก็ ¥1500 ถ้าจำไม่ผิด ราคาราวๆนี้

จากนั้นขากลับ ก่อนนั่งรถไฟกลับ ก็เดินเล่นแถวๆ Shiga นิดนึง แถวนี้ (สถานีใกล้ๆ ก็จะเจอน้องๆเด็กนักเรียน ประถม มัธยมเยอะ ไม่แน่ใจเป็นโซนโรงเรียนรึเปล่า)

จากนั้นก็กลับ Kyoto แล้วก็เดินย่าน Gion ไปนั่งรับลมเย็นๆหนาวๆเล่นๆ แถวๆแม่น้ำคาโม จากนั้นนั่งกลับ Osaka ครับ ใช้เวลาครึ่งชม.

¥560

สรุป

  • ถ้าไม่มี Pass วันนี้จะเสียค่าเดินทางทั้งหมดประมาณ ¥2500
  • วันนี้จริงๆหลายที่ไม่ได้ไป เห็นใน Guide น่าเที่ยวเยอะมากๆ แต่เก็บไม่หมด + ไม่ได้วางแผนโดยละเอียด เลยทำให้ทำเวลาไม่ดี + มัวแต่เสียเวลาสำรวจเมือง 555 +รอบนี้ถือว่ามา Survey มากกว่า และบอกเลยว่าทริปหน้าต้องมาเก็บแบบละเอียดอีกแน่นอน มีอะไรให้เที่ยวอีกเยอะครับ สำหรับ Shiga 😃

วันที่ 2 — Okayama 👖

วันนี้มีแพลนคือจะพักที่โอซาก้า ทำให้ต้องเช็คเอาท์ออกจาก Kyoto แต่สายไปนิด ออกจากเกียวโตก็ 9โมงแล้ว ก็นั่งจาก Kyoto ไป Shin-Osaka ครับ แล้วก็นั่ง Shinkansen Nozomi ไป Okayama เลย ใช้เวลา 50 นาทีเท่านั้น เรียกว่าไวกว่านั่งรถไฟในตัวเมืองโอซาก้า แล้วต่อรถแถวๆนัมบะ (Namba) หรือ Umeda อีก เพราะเสียเวลาเดินเท้ากับหลง ฮ่าๆ

ช่วงเช้า สายๆหน่อยละ ผมเริ่มเดินไปที่ Okayama Castle ก่อนเลย แล้วก็มีแวะตามทางเดินช่วงระหว่างสถานี Okayama ตลอด ข้างใน Okayama Castle (เสียค่าเข้าเท่าไหร่จำไม่ได้ ถ้าซื้อพร้อมเข้าสวน Korakoen ก็จะประหยัดได้อีกหน่อย) ข้างในก็จะมีประวัติ มีข้อมูลให้ดู เหมือนกับทุกๆปราสาทในญี่ปุ่นครับ ใครชอบอ่านประวัติ ชอบอ่านเรื่องพวกนี้ ก็น่าจะอินไม่น้อย ส่วนตัวผมใช้เวลาในนี้ราวๆ 2ชม.กว่าๆ นั่งอ่าน แล้วก็แวะซื้อของฝากนิดๆหน่อยๆ

หลังจากออกจากปราสาท ก็ตรงไปสวน Korakoen เลย ไปเดินเล่น นั่งชิวๆ อยู่ที่นี่ค่อนข้างนาน เพราะชอบบรรยากาศเรียบๆ ไม่ร้อน เสียดาย หญ้าไม่เขียว คิดว่าถ้ามาฤดูอื่น อาจจะได้เห็นวิวหญ้าเขียวขจี สวนเขียวๆแน่เลย ก็เดินเล่นๆ วนๆในนี้ 2–3ชม. อยู่นะ ออกจาก Okayama ก็บ่าย 2 ละ

ปราสาท Okayama จากมุมไกล

จากนั้นเดินกลับไปสถานี Okayama เพื่อต่อรถไฟไป Kurashigi ก็ใช้ JR Pass ใบเดิมเลย นั่งไป 25 นาที จากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่เมือง Kurashiki เมืองโบราณ ซึ่งย่านที่จะไปมันชื่อว่า Bikan Historical Quarter (นั่งรถไฟจากตัว Okayama Station มา Kurashiki ประมาณ 20 นาที)

สถานี Kurashiki

ที่นี้จะเป็นย่านเล็กๆ ได้บรรยากาศวัฒนธรรมเก่าๆ กลิ่นอายเก่าๆ สามารถเดินจากสถานี Kurashiki มาได้เลย ไม่ไกลมาก 500 เมตร โดยประมาณ

ทีนี้ก็เป็นที่เที่ยวสุดท้ายของวันครับ จากนั้นก็เดินกลับสถานี เพื่อนั่ง JR กลับไปโอซาก้า ช่วงเย็นๆค่ำ ก็อยู่โอซาก้า เดิน Namba / Shinsaibashi / Dotonbori หาอะไรกินเล่นๆ แล้วก็กลับที่พัก

สรุป

  • Okayama เป็นอีกเมืองนึงที่ผมรู้สึกประทับใจ ดูอบอุ่น แสงสวย บรรยากาศดีครับ และบ้านเรือนตอนที่นั่งรถไฟผ่าน สวยมาก มีภูเขา มีแสงแดดส่อง
  • ภายใน Okayama ผมไม่ได้มีเวลาสำรวจมากนัก ถ้ามีโอกาสจะมาที่นี่อีกแน่ๆครับ เช่น Momotaro ก็ไม่ได้ไปครับ หรือถนนยีนส์ อะไรพวกนั้น
  • ส่วนสวน Koraoken ผมอยากลองมาอีกในฤดูกาลอื่นๆ ว่าจะเป็นยังไง

วันที่ 3 : Hiroshima 🏯

Atomic Bomb Dome

วันนี้เริ่มออกเดินทางที่สถานี Shin-Osaka โดยขึ้น Shinkansen ขบวน Nozomi เช่นเดิม มุ่งหน้าผ่าน Okayama ไปยังเมือง Hiroshima ใช้เวลาเดินทางเกือบๆ 2 ชม.

ผมออกเดินทาง จากโอซาก้า ก็ 8–9 โมงแล้ว ไปถึง Hiroshima ก็ประมาณ 10โมงกว่าๆ จากนั้นก็เดินทางไปขึ้นรถบัส (เป็นรถบัสสีแดง) แสดง JR Pass ให้ดูก็ขึ้นฟรีได้สบายๆเลย

จากนั้นผมนั่งไปลง Atomic Bomb Dome แล้วก็เดินลัดเลาะไปสวนสันติภาพ ต้องบอกเลยว่าที่นี่ให้บรรยากาศเศร้าๆ มีกลิ่นอายของความเศร้าปนๆกันไป เห็นผู้สูงอายุหลายๆคนเอาดอกไม้มาวาง มองแววตาแล้วเรารู้สึกได้ถึงความสูญเสีย ความเศร้าภายในจิตใจของเค้าเลย 

แล้วก็เดินโฉบเข้าพิพิธภัณฑ์แปปนึง แต่พอดีว่าไม่ใช่สายนี้ ก็เลยเน้นเดินชมเมืองดีกว่า จากนั้นก็สุ่มๆนั่งรถบัสต่อ รสบัสจะวิ่งวนๆรอบๆเมืองนี่แหละ มีหลายสีอยู่ สายเขียว สายเหลือง สายแดง

ที่นี่ได้เจอรถลาง น่าจะมีชื่อเสียงระดับนึงเลย สำหรับรถลางที่ Hiroshima

ตัวปราสาทไม่ได้เข้าไป แปลกใจว่าที่นี่เงียบๆ

จากนั้น คุ้นๆว่าที่ Hiroshima ก็มีปราสาทนี่นา แล้วเราไหนๆก็มาเที่ยวแต่ละเมือง ผมชอบแวะตามปราสาทแต่ละเมือง มันเป็นคล้ายๆ เรามาพบผู้ครองแคว้น หรือเจ้าของปราสาทนั้นๆ แม้ว่าแต่ละปราสาทมันจะคล้ายๆกันก็เถอะ 😃

ช่วงเย็น นั่ง JR ไปเกาะ Miyajima เพื่อไปหาเสาโทริอิกลางน้ำ โดยการนั่งเรือเฟอรี่ข้ามไปเกาะเล็กๆใช้เวลาไม่นานครับ และก็ไม่เสียตังเพราะใช้ JR Pass ได้

ได้ตามที่หวังไว้แล้ว ได้มาเห็นเสาโทริอิ ปกติเคยเห็นแต่ในทีวีหรือตามสื่อต่างๆ แม้ว่าจะดูไม่สวยเท่าไหร่ตอนน้ำลด เห็นรอยของน้ำ แต่ก็ถือว่าเป็นจุดที่สวยจริงๆแหละ บรรยากาศในเกาะก็โอเค

เสาโทริอิกลางน้ำ ได้มาเห็นกับตาแล้ว (ล่าสุดเหมือนจะปิดซ่อมแซม ลอง update กันดูอีกทีนะครับ)

ที่เกาะนี้ร้านค้าก็จะปิดไวหน่อย เงียบมาก ปิดเกือบหมดหลัง 6 โมงเย็นไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าคนที่ค้างคืนที่นี่ ตอนกลางคืนมีร้านไหนเปิด หรือมีกิจกรรมอะไรหรือเปล่า เพราะผมก็กลับ Osaka เลย ไม่ได้ค้างคืน

จากนั้นก็นั่งเฟอร์รี่กลับ Hiroshima แล้วก็นั่ง Shinkansen กลับ Osaka ถึงที่พักก็ 3–4ทุ่ม ไปเดิน Namba และ Shinsaibashi ต่อหาอะไรกิน แล้วก็กลับที่พัก เป็นอันจบทริปวันที่ 3 😪

สรุป

  • Okayama และ Hiroshima เป็น Next trip ที่ต้องมาเยือนอีกรอบแน่
  • วันนี้เน้นไป Overview ตัวเมือง Hiroshima จริงๆแล้วเมืองใหญ่มาก และก็ยังมีสถานที่น่าเที่ยวอีกเยอะ ที่ไม่ได้ไป + รวมถึงจริงๆอยากไปดูแข่งเบสบอล และชอบชุดทีมเบสบอลของ Hiroshima Toyo Carp มากๆ ไว้มีโอกาส จะซื้อเสื้อ แล้วก็ไปดูการแข่งให้ได้เลย 😄

วันที่ 4 : Amanohashidate 🌈

Welcome Amano Hashidate

วันนี้ดูพยากรณ์อากาศแล้ว มีฝนราวๆ 40% ก็เลยต้องไปลุ้นว่าจะฝนตกหรือเปล่า ช่วงเช้าๆ ถึงบ่ายๆ อากาศดีมาก แดดแรง แต่พอซัก 2โมง ฝนก็เริ่มตกละ

วิธีการมาคือผมเริ่มจาก Osaka นั่งมาลง Fukuchiyama แล้วต่อรถเล็กๆ ไป Amanohashidate ครับ สถานีเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่คอยบอกไม่หลงทางแน่นอน ใช้เวลาประมาณ 2ชั่วโมงกว่าๆ

นั่งจาก Osaka มา Amanohashidate

ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้าอยากมาเร็วกว่านั้น คือต้องออกจากโอซาก้า ราวๆ 6:40 ครับ ซึ่งรถไฟจะวิ่งไปทาง Kyoto ออกจาก Kyoto 7:20 แล้วก็ไปถึง Amanohashidate ราวๆ 9:30 ครับ

รอบที่เช้าที่สุด ที่จะไปถึง Amanohashidate จาก Kyoto 07:20
รถไฟจาก Fukuchiyama ไป Amanohashidate สาย Tango
หน้าสถานี ลืมถ่ายมา รูปนี้รีบมากตอนกลับ เกือบไม่ทันรถไฟ

ค่าขึ้น Chairlift ประมาณ ¥600 ถ้าจำไม่ผิด (ที่นั่งไม่มีอะไรยึด ขึ้นไปนั่งแล้วก็ห้อยขา ใครกลัวความสูงอาจจะขาสั่นๆได้)

มุมสูงนั่งchairlift ลงมา คนกลัวความสูงน่าจะมีขาสั่น
จุดชมวิวจาก Amanohashidate View Land จุดยอดนิยมนั่นเอง
ขึ้นไปมองลอดหว่างขาตัวเอง จะเห็นวิวแบบนี้ (จริงๆเอารูปมา Rotate ก็ได้นี่เนอะ 😂)

ทีนี้จริงๆแล้ว นอกจากตัว View Land ที่คนนิยมมาถ่ายรูป จริงๆแล้ว บริเวณทางเดินที่มีต้นไม้ปลูกเพื่อกลั้นเกาะระหว่าง 2 เกาะ ก็สามารถเดิน หรือปั่นจักรยานได้นะครับ ค่าเช่าจักรยานก็วันละ 5-600 เยน

ทางขึ้นไปถ่ายจุดชมวิวอีกด้านของเกาะ

สรุป

  • มาที่นี่ต้องวางแผนเวลาให้ดีๆเลยครับ เพราะเที่ยวรถมีตอนเช้า 7โมงกว่า แล้วอีกที 9โมงเลย ซึ่งถ้า 9 โมง ก็จะไปถึง Amanohashidate 11โมง ถ้าวางแผนไป Ine ด้วย อาจจะเป็นชะโงกทัวร์ได้ รอบหน้าถ้าได้มาอีก ผมน่าจะมาตอนเช้า 7โมงดีกว่า ดูไม่รีบมาก
  • วันนี้เสียดายมีฝนตกลงมาช่วงบ่ายๆ ทำให้การปั่นจักรยานไปอีกฝั่งไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ เพราะเปียกฝนนั่นเอง แล้วก็รีบๆ เลยทำให้อีกฝั่งวิวนั้นใช้เวลาอยู่ไม่นาน

วันที่ 5 : Kobe และ Himeji 🐮

จริงๆของวันนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะว่าตั๋ว Kansai Hiroshima แค่วันไป Okayama กับ Hiroshima ก็คุ้มแล้ว วันนี้ก็เลยวางแผนว่าจะนั่งเล่นๆ รถไฟสาย Kobe  โดยผมแวะตัว Kobe ก่อน เพื่อไปเดินเล่นแถวๆ โซน Kitano จะเป็นโซนบ้านเก่าๆของต่างชาติ ซึ่งบางบ้านก็เปิดให้เข้าชมข้างใน ส่วนตัวผมไม่ได้ชมครับ จากสถานี JR Shin-Kobe มาลง Sannomiya ต้องใช้ Subway นะครับ JR Pass ใช้ไม่ได้ น่าจะ ¥260 ถ้าจำไม่ผิด

จากนั้นก็ช่วงสายๆ เกือบเที่ยง ก็นั่งไปลง Himeji ใช้เวลาแปปเดียว 15 นาทีเองมั้ง จากนั้นก็มุ่งตรงไป Himeji Castle เลย สามารถมองเห็นได้จากสถานี JR เลยนะ (รอบที่แล้วที่มา ผมใช้ Kansai Thru Pass จาก Osaka นั่งมา Himeji ค่อนข้างนานทีเดียว)

ออกมาจากสถานี JR Himeji ก็เห็นปราสาทแต่ไกลเลย

สำหรับทริปนี้ก็ไม่ได้เข้าไปปราสาทครับ เดินเล่นรอบๆ แล้วก็ถ่ายรูป จากนั้นผมก็กลับมาสถานี Himeji ครับ นั่งปั่นงาน โค๊ดดิ่งไปทั้งช่วงบ่าย

ปราสาท Himeji (ต้องเข้ามาด้านในถึงถ่ายได้) เอารูปจากทริปเก่ามา 😄

เมื่อเลิกงาน ช่วง 4โมง ก็ได้เวลาเดินทางต่อครับ ผมเลือกแวะไปแถวๆสะพาน Akashi Kaikyo ครับ ช่วงเย็นๆ ก็เห็นคนมาเดินเล่น มาออกกำลังกาย เจอเด็กน้อยคนนึง มาซ้อมฟุตบอลอยู่ ผมก็เลยขอแจมด้วย อารมณ์คล้ายๆ โรแบร์โต้ เจอซึบาสะเลย ฮ่าๆ เก่งแต่เด็ก

สะพาน Akashi-Kaikyo ถ่ายจากสถานีอะไรจำไม่ได้ก่อนถึง สถานี Maiko
สะพาน Akashi-Kaikyo อีกมุมนึง

ตอนเย็น หลังจากกลับจาก Himeji ผมก็แวะมา Kobe อีกรอบครับ ไปเดินแถวๆอ่าว Kobe, Kobe Port Tower, Meriken Park รวมถึงลองขึ้นเรือ Concerto Cruise ตอนช่วงเย็น หรือกลางคืน บรรยากาศสงบ ลมเย็น (หนาวมาก)

จบไปแล้วสำหรับรีวิวบันทึกการเดินทาง 5วัน ด้วยการใช้บัตร JR Kansai Hiroshima พบว่ามันคุ้มค่ามาก ดีกว่า JR Kansai Wide Area ตรงที่มันนั่งมา Hiroshima ได้นี่แหละ ซึ่งที่เมือง Hiroshima จริงๆ ผมยังเสียดาย ตรงที่อยากไปดู Baseball และเห็นเสื้อของ Hiroshima Toyo Carp แล้วผมชอบมาก อยากได้เสื้อ และอยากไปดูซักนัด ถ้าครั้งหน้ามาอีก จะลองดูตารางการแข่งขันไว้ด้วย

สำหรับใครที่หลงเข้ามาอ่าน และเจอบทความนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์และได้แชร์มุมมอง แชร์ไอเดีย แชร์ประสบการณ์กันนะครับ

🎒ขอให้สนุกกับการเดินทางครับ แด่นักเดินทางทุกท่าน


📝Day 4 of #365DaysOfBlogging

#เขียนบล็อก #ฝึกสร้างนิสัย #GoodHabit #Blogging #BetterChai #เที่ยวญี่ปุ่น #เที่ยวKansai #Kansai #รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น #บัตรJRKansaiHiroshima #เที่ยวด้วยJR


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น