#133 - ราคาที่จ่ายในการพัฒนาซอฟแวร์หรือการทำโปรดักมีอะไรบ้างนะ?

11 Jul 2020 Software DevelopmentTech

Byte: a new looping video app by the creator of vine.
Photo by Charles Deluvio / Unsplash

ในการพัฒนาซอฟแวร์ ทั้งเว็บแอพ หรือโมบาย แอพพลิเคชัน นั้นมีค่าใช้จ่าย มีราคาเท่าไหร่กันบ้าง? หลายๆคนคงคิด และอยากรู้ หลายๆ บริษัทที่เป็นสาย Tech ทำไมมีมูลค่าสูงๆ กันทั้งนั้น หรือแม้แต่หลายๆ คนได้ยินชื่อ Startup อยากทำ Startup อยากเป็น Founder ต้องทำอย่างไร มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่กันแน่นะ?

ทีนี้ หลายๆ คนที่อยากทำแอพ อยากมีเว็บเป็นของตัวเอง เพื่อแก้ปัญหา เพื่อตอบโจทย์ของตัวเอง แต่ไม่ได้มีความรู้สายโปรแกรมมิ่ง หรือ Tech เลย ก็อาจจะไม่เข้าใจ หรือว่าไม่สามารถประเมินได้ว่า งานๆ นึงมีมูลค่าแค่ไหน วันนี้ลองมาดูกันว่า การทำซอฟแวร์ขึ้นมาตัวนึงนั้นมีรายจ่ายอะไรบ้าง?


⏰ เวลา

อย่างแรกเลย เวลา เป็นสิ่งแรกที่เราจะจ่ายให้การทำซอฟแวร์ แต่เราจะรู้ได้ไงว่า ใช้เวลาเท่าไหร่ ปกติ เราจะประเมินจากสโคปงาน หรือ Requirement คร่าวๆ ที่เราอยากได้ และก็ประเมินว่าจะใช้เวลาทำจริงๆ เท่าไหร่ (ในความเป็นจริง เรามักจะมี Requirement หรือสิ่งที่ต้องการ นอกเหนือจากที่คิดไว้มากมาย)

ฉะนั้นเราต้องเลือก ว่า Core value ของโปรดักเราคืออะไร เลือกทำสิ่งนั้น อะไรไม่สำคัญ ยังไม่ต้องมีก็ได้ หลายๆ ที่ หลายๆ บริษัท เอาทุกอย่างไปรวม อยากได้ไปหมด ทำให้ใช้เวลาทำ ใช้เวลาพัฒนานานมากๆ และ Cost มันก็สูงขึ้นไปเรื่อยๆ

เราลองคิดค่าเสียเวลาแบบง่ายๆ เลย ตัวอย่างเช่น บางบริษัท รับ ชั่วโมงละ 5000 บาท บางที่ 30,000 บาท บางทีมอาจจะเหมา เป็นรายวัน 50,000 บาท ต่อวัน เป็นต้น และยิ่งเราใช้เวลาพัฒนานานมากเท่าไหร่ ก็คูณ รายชั่วโมง หรือรายวันไปครับ

แต่ๆ ไม่ใช่จะคิดโดยใช้เวลาเป็นหลักได้ทั้งหมด บางงานงานดว่น งานรีบ ต้องการได้แบบด่วน ขอ 1-2อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ไรงี้ แบบนี้ มันคืองานด่วน ต้องเร่งทำ ต้องหาคนเพิ่ม ฉะนั้น ตัวคูณ มันย่อมไม่ใช่ราคาปกติแน่ๆ อย่าเข้าใจผิดเน้อ

👨‍💼 คน

คนหรือทีม เป็นทรัพยากรที่สำคัญมากๆ ในการพัฒนาซอฟแวร์ ทำโปรดักเลยก็ว่าได้ คนแต่ละคน ก็จะมี Skill แตกต่างกัน ค่าแรง การจ้างงาน ก็แตกต่างกันเช่นกัน

  • เช่น Junior อาจจะมีค่าแรง 20,000 บาท เป็นต้น
  • Mid Level อาจจะ 30-50k Senior อาจจะ 50-80k เป็นต้น

ราคาก็ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับบริษัท กับทีม อีกเช่นกัน

ทีนี้ เมื่อเราวิเคราะห์ ประเมินตัวงาน แล้ว เราพิจารณาทีมของเรา ก็จะทำให้เราประเมินเวลาของโปรเจ็คได้ เช่นถ้าทีมเรา มี 10 คน มันก็ย่อมทำได้ดีกว่า มีแค่ 2 คน แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป เช่นกัน อาจจะมี Junior หัดใหม่เลย 10 คน ก็อาจจะทำช้ากว่า Senior แค่ 2 คนก็เป็นได้ อีกเช่นกัน

เอ๊ะ แล้วถ้าเกิดว่า ช่วงที่เราพัฒนาซอฟแวร์อยู่นั้น คนในทีมป่วย คนในทีมลา เวลาที่ประเมินไว้ จะทำยังไง? มี Cost มั้ย? หรือบางคนลาออก ช่วงหาคนมาแทน ช่วงสอนงาน มี Cost มั้ย?

⚙️ ค่าดูแลรักษา

จริงๆ ข้อนี้ อาจจะแล้วแต่ข้อตกลง แล้วแต่ทีม และเป็น Process หลักจากที่ทำ Product เสร็จแล้ว ในระดับนึง หรือบางโปรดักก็เสร็จแบบ Launch ได้ ทีนี้ ก็จะมีพวกค่าดูแลรักษา ต่างๆ เช่น

  • Hosting / Domain การดูแลรักษา Server ต่างๆ
  • และถ้าเกิดมา Bug หรือช่องโหว่ต่างๆ ก็มีค่าแก้ไข แก้งานอีก
  • การบริหารจัดเก็บข้อมูลต่างๆ การ Backup ต่างๆ
  • พวก 3rd Party ต่างๆ เช่น ใช้บริการ Email Service Provider หรือใช้บริการ SMS Gateway บางที่ใช้บริการ Push Notification ใช้บริการ File Hosting / Streaming VDO / Tools ต่างๆ
  • Customer Support อื่นๆ

พวกนี้ เป็น Cost แฝง ที่จริงๆ ก็เป็นราคาที่ค่อนข้างจะเยอะพอสมควร และหลายๆ คนไม่ได้คิดว่าจะมีค่าพวกนี้ด้วย และจะให้ประเมินจริงๆ ก็คงตีราคาออกมายากมาก ต้องมานั่งไล่ในรายละเอียด แต่ละตัวเลยก็ว่าได้

บางทีม บางบริษัท อาจจะมีค่า Maintain ไปเลย ว่า ช่วย Support รายเดือน รายวัน ราคาเท่าไหร่ เป็นต้น


🤝 Outsources / Venders / Partners

ข้อนี้ ผมเหมารวมๆ ว่า เป็นผู้ช่วยเราละกัน เช่น การทำ Software เรา หรือทีม อาจจะทำได้แค่ส่วน Development เราไม่ได้เก่งด้าน Security หรือไม่ได้เก่งด้าน DevOps / ดูแล Server ต่างๆ เราก็อาจจะต้องหา Oursource หรือหา Partner หรืออาจจะเป็น Online Service Provider ต่างๆ เข้ามาช่วยเรา ก็จะเป็น Cost อีกอย่างหนึ่งเช่นกัน (ใกล้เคียงกับการดูแลรักษาข้อด้านบนเลย)

  • เช่น ต้อง Design แต่ไม่มีคนทำได้ ก็ต้องหา Outsource / Freelance
  • การ Deploy งาน / Server อาจจะหาบริษัท Partner หรือบริการ Online
  • การหาช่องโหว่ ดูแลเรื่อง Security ก็อาจจะต้องหาบริษัทเฉพาะทาง มาช่วย ทีนี้ ก็อยู่ที่รายละเอียดแล้ว ว่าเป็นส่วนที่ทีมผู้จ้าง จะหา หรือรวมไปกับการพัฒนาโปรดักไปแล้ว

💰 ลองตีราคาเล่นๆ

ทีนี้ ลองมาสมมติโปรดักขึ้นมาซักตัว เอาแบบคร่าวๆ เช่น อยากทำเว็บขายของ เว็บเป็นแบบ Single Shop คือร้านค้าร้านเดียวนะ ไม่ใช่แบบ Marketplace แบบ Shopee หรือ Lazada นะมีตัวอย่างดังนี้

  • [Admin] มีหลังบ้าน ให้ Admin เข้าไปจัดการหน้า Product และ Order ได้
  • [Admin] เพิ่มสินค้า ลงราคา ลง stock ต่างๆ
  • [Customer] สามารถเลือกซื้อสิ้นค้าได้ ตัดเงิน Online ดู Order เราได้
  • [Customer] มีระบบ Review สินค้า
  • หน้าแรก แสดงสินค้า เลือกหมวดหมู่ / Filter ราคา น้อย - มาก / สินค้าใหม่ได้

เมื่อได้ Requirement มาแล้ว สมมติทีมผมมี Junior 2 คน และ Senior 1 คน รวมกับ PM/PO อีก 1 คน รวมควบตำแหน่งกันไปเลย เป็นทั้งหมด 4 คน โดยมีค่าจ้างดังนี้

  • Junior 2 คน คนละ 20k รวมเป็น 40k / เดือน
  • Senior 1 คน 50k / เดือน
  • PM 50k / เดือน

ทีนี้ ถ้าแบบ หยาบๆ เลย ถ้าทำโปรดักนี้ใช้เวลา 3 เดือน จะมี Cost ในการจ้างทีมงาน คือ 140k ต่อเดือน = 420k บาทครับ และถ้าถามว่า จะลด Cost ลงได้มั้ย บางทีม บางบริษัท ก็อาจจะเลือกที่จ้าง Junior / Senior ในราคาที่ถูกลง หรือตามความเหมาะสม ที่คุ้มค่ากับทีมครับ

แต่อย่าลืม ด้านบนเป็นแค่ Requirement คร่าวๆ และก็ยังไมไ่ด้พูดถึงเรื่องของ Design หรือUI/UX เลยใช่มั้ยครับ และถ้าทีมเราไม่มี เราก็อาจจะต้องหา Outsource ด้าน Design มาช่วย ก็จะมี Cost ตรงนี้เพิ่มเติมอีก หรือถ้าคนจ้างงาน มี Design ก็อาจจะลด Cost ตรงนี้ลงได้เช่นกัน

อันนี้แค่ Cost ด้านคนนะ และเรื่องของ Tool / Software ต่างๆ จะมีค่า Maintainance อะไรเพิ่มเติมอีกมั้ย? จะต้องมีบริการ พวก SAAS, PAAS ที่ได้ Subscribe อะไรไว้บ้างหรือเปล่า

แล้วถ้าเกิดกำลังพัฒนาอยู่ๆ อยากเพิ่ม

  • Admin อยากได้หน้า Dashboard มี Graph ต่างๆ (รายละเอียดก็ไปคุยอีก ว่าอยากได้ไรบ้าง)
  • Admin อยาก Export ข้อมูล ได้
  • Admin อยากให้มีระบบ Chat คุยกับลูกค้าได้
  • อยากให้สามารถเพิ่ม Promo Code ไปในสินค้าได้
  • อยากให้ Admin สามารถเพิ่ม Banner ทำ Promotion ผ่าน CMS ได้

จะเห็นว่า ยิ่ง มี Requirement มากขึ้น และมันก็จะมีออกมาเรื่อยๆ แหละครับ ตัวงานมันก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เวลาที่ใช้ มันไม่มีทางน้อยลงแน่ๆ

หรือแม้แต่หลายๆ ครั้ง หากมันเกินงบ หรือเกินเวลาจริงๆ ที่ทำได้ ก็คือ ต้องลด Scope งานลงซะ เอาที่ไม่จำเป็นจริงๆ ออกไปก่อน หรือบางส่วน มันเอาไว้เป็น Version 2 ได้ ไม่มีใน Version แรก มันไม่ได้ทำให้โปรดักของเราเสียซะหน่อย แค่มีแล้วมันดูดีเอง


😎 สรุป

สุดท้าย ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อให้เห็นในมุมมองคนทำ Software และคนจ้าง คนอยากมี Software ครับ เนื่องจากผมทำงานทั้ง Fulltime เป็นพนักงาน และออกมารับงาน Freelance รวมถึง ทำ Product ของตัวเองด้วย ก็จะเห็นในมุมมองที่แตกต่างกันครับ

  • ตอนเป็น Freelance แน่นอน เราก็ต้องอยากรับงานที่ราคาสูง
  • อยากจ้างงาน แน่นอน เราก็ต้องอยากได้ราคาต่ำๆ จริงมั้ย

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็ลองวิเคราะห์ คิดดูครับ ในบทความนี้ ผมพูดถึงแค่เฉพาะ Sofware Development และ cost ที่ต้องจ่ายเท่านั้น ในการทำบริษัทจริงๆ ก็ยังมีเรื่องบัญชี เรื่องคน เรื่อง Office ค่าเช่า ต่างๆ อีกหลากหลายมากมาย บางที่ก็รวมพวกค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นค่าทำ Software ก็มีเช่นกัน ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่มีผิดถูก แต่ Cost Software ก็ควรจะเป็นแค่งานที่เรารับ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของเรา ก็ควรจะไปบริหารจัดการเอง แต่ก็ไม่ผิดเช่นกัน เพราะบางงาน รับแบบเหมา ก็ตีไปเลย ว่า ขอกำไร 20-30% บางที่ 1เท่า 2 เท่า ก็มีเช่นกัน

และก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆ คนนะครับ หากส่วนไหนผิดพลาด ก็ต้องขออภัยด้วยครับ

ขอบคุณครับ ♥️


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น