#120 - ข้อเสียของการเป็น Programmer

30 Apr 2020 LifestylePersonal

Programming
Photo by Jefferson Santos / Unsplash

สวัสดีครับ เนื่องจากว่าผมรู้สึกว่าหลายๆ คนอยากเป็น Programmer อยากเป็นนักพัฒนา อยากมาเรียนสายนี้ และก็มีคนส่วนใหญ่บอกข้อดี กันไปแล้ว วันนี้ผมเลยจะมาลองนั่งคิด นั่งเขียนข้อเสียของมันดูบ้างดีกว่าครับ และข้อเสียนี้เป็นข้อเสียของผมเองนะครับ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องปั่นงาน และงานล้นมากๆ Deadline มาพร้อมๆกัน หลายโปรเจ็คเลย และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ เรียกได้ว่า ตื่นมา เปิดคอมทำงาน ปิดคอมนอน ตื่นมาทำงาน วนๆอยู่แบบนี้ ประกอบกับช่วงนี้ไม่ได้ออกไปไหนด้วย ทำให้อยู่แต่หน้าจอคอมเลยก็ว่าได้

ปัญหาเรื่องสายตา

อันนี้เป็นปัญหาเฉพาะของผมเองครับ ช่วงที่ผมเริ่มทำงานด้านนี้ และอยู่กับคอม เรียกได้ว่า วันนึง เนี่ยไม่น่าต่ำกว่า 10 ชั่วโมง สายตาก็เริ่มสั้นลง แม้ว่าจะไม่ได้ใส่แว่นสายตาก็ตาม ตอนนี้เดิน หรือใช้ชีวิต ก็รู้สึกได้ว่าเริ่มมองไม่ชัด แต่ก็ไม่ได้ใส่ มีนานๆ ใส่บ้าง อาจจะยังยาวไม่เยอะครับ 1.50-2.00 ประมาณนั้น

ข้อนี้ ถ้าหากว่าเราไม่ได้ดูแลตัวเอง หรือว่าหาทางป้องกัน พยายามทำงานให้มีแสงเพียงพอ เว้นระยะห่างจากจอประมาณนึง ใช้จอที่มีการป้องกัน ลดแสงต่างๆ ก็อาจจะช่วยเราได้ระดับนึงนั่นเอง

ปัญหาเรื่องสุขภาพ

ข้อนี้ยอมรับเลยว่า อาจจะเป็นปัญหาส่วนใหญ่ของคนที่ทำงาน ไม่ใช่เฉพาะสาย Programming แต่หมายถึงออฟฟิศทั่วๆไปเลย ที่มีการนั่งทำงาน จะเกิดอาการ Office Syndrome กันเยอะมาก บางคน มีปัญหาเรื่องปวดหลัง ปวดคอ ปวดขาเป็นต้น ซึ่งสาเหตุหลักๆ มันก็มาจากเรานั่งทำงานไม่ถูกต้อง บางคนเก้าอี้ไม่ดี บางคนนั่งหลังงอ บางคนวางมือ ไม่ถูกก็มี หรือบางคนนั่งทำงานนานๆ ไม่ขยับร่างกาย ก็เกิดอาการเหล่านี้ได้เช่นกัน

และส่วนตัวผม มีอยู่ช่วงนึง น่าจะหลายเดือน ผมชอบทำงานนั่งบีนแบ็ค แล้วก็เอา Laptop วางไว้บนขา บางทีก็นั่งพื้น เอา Laptop วางบนตัก หรือบางทีก็นอนบนพื้นบ้าง คว่ำหน้า หงายหน้า หลายๆ ท่า แต่ละท่าบอกเลยว่า ผิดหลัก และไม่ควรทำเป็นเวลานานๆ แต่ๆ ผมนั่งทำงานวันละ 10ชั่วโมงบวก รวมๆ แล้ว บางครั้ง นั่งกับพื้น แบบผิดๆ หลายชั่วโมงอยู่นะ

จากช่วงแรก ผมไม่รู้สึกอะไร และคิดว่าไม่ได้เป็นอะไร จนกระทั่งช่วงที่ผมไปเที่ยวญี่ปุ่น (Fukuoka) ปลายปีที่แล้ว มีช่วงนึง ปวดหลัง แบบขยับไม่ได้เลย เดินไม่ได้ นั่งไม่ได้ เพราะแผ่นหลัง ตรงกระดูกหลัง มันเจ็บมาก ทรงตัวไม่ได้ ต้องนอนเฉยๆ พลิกตัวยังเจ็บ เกือบ 2 วันเต็มๆ

หลังจากนั้น กลับมาที่ไทย ผมเลยเริ่มคิดละ ว่าต้องมีสาเหตุมาจากพวกนี้แน่ๆ แต่ยังไม่ได้ไปปรึกษาหมอแบบจริงๆจังๆนะครับ มีแค่ลองปรึกษาพวกเพื่อนๆ หรือคนรู้จักที่เป็นหมอ เค้าก็ว่าสุ่มเสียง อาจจะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ก็เลยกะไว้ว่า ถ้าอาการกำเริบอีก หรือเจ็บอีก ก็จะไปหาหมอจริงๆจัง แต่โชคดี ณ​ ตอนนี้ไม่มีอาการแล้ว

สิ่งที่สังเกตได้ ไม่รู้อาจจะเพราะตอนนั้นปวดหลัง หรือความเคยชินกับการนั่งผิดท่า ตอนนี้เหมือนช่วงเผลอๆ เวลานั่ง ผมมักจะนั่งหลังค่อมมากๆ เมื่อใดที่รู้สึกตัวก็จะพยายามยืดหลังตรงเวลานั่งตลอด พยายามทรงท่าให้ถูก

ปัญหาเรื่องการสื่อสาร

ปัญหานี้ผมว่าเจอกับ Programmer ส่วนใหญ่เลยนะ และหลายๆคนก็มักจะบอกว่าโปรแกรมเมอร์ชอบพูดไม่รู้เรื่อง จริงๆผมว่ามันก็มีทั้งจริงและไม่จริง คนที่ทำสายนี้บางคน Soft skill ดีเยี่ยมก็มีนะครับ เพียงแค่อัตราส่วนคนพูดไม่เก่งอาจจะเยอะกว่าสายอื่นๆ หน่อย เนื่องจากว่า เค้าเวลาทำงาน เราคุยกับ Computer พิมพ์แค่โค๊ด อาจจะสื่อสาร พูดคุยจริงๆน้อย ทำให้ขาดทักษะเหล่านี้

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อก่อน ย้อนไป 7-8ปี ผมยิ่งกว่านี้อีก แบบแค่คุยปกติ ผมก็แทบคุยไม่รู้เรื่อง และยิ่งมาทำงานคอม ยิ่งไปกันใหญ่ ยิ่งนานเค้า ผมกลายเป็นคนไม่ชอบพูด ไม่ชอบสื่อสาร บางทีจะพูดแต่ความคิด สมองกับร่างกายไม่สัมพันธ์กัน ความคิดไปไกลแล้ว พูดออกมา ผู้รับก็ตามไม่ทัน เพราะเราไปคิดว่า คนฟังต้องรู้เรื่อง ไรพวกนี้

ซึ่งช่วงหลังๆ ผมแก้ปัญหาตัวเองครับ ด้วยการฝึกพูด เวลาอ่าน Text หรือ Tutorial ต่างๆ ผมมักจะออกเสียง จากเมื่อก่อนที่อ่านในใจ ข้อดีคือ เราได้ฝึกออกเสียง Speaking และ Reading ไปในตัวด้วยเลย ทั้งไทยและ Eng นะครับ บางครั้งก็ได้รู้ว่าจริงๆแล้ว เราพูดไม่ชัด พูดเร็วไป พูดไม่เต็มคำ (ตอนเราอ่านในใจ เราไม่รู้ไง เรานึกว่าทุกคำเราออกเสียงถูก)

และผมก็เริ่มฝึกฝน หัดตั้งแต่เขียนบล็อก มันก็เหมือนการฝึกเรียบเรียงความคิดไปในตัว ด้วยแหละ สุดท้ายก็ลองทำ Youtube อย่างแรกเพื่อฝึกตัวเองให้มี Soft skill ก็ค่อยๆฝึกพูดไป อย่างสองคือ เพื่อพัฒนาตัวเองไปด้วย และอย่างสาม เพื่อให้เพื่อนๆ น้องๆ พี่ๆ ที่สนใจได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เรารู้นั่นเอง

ไม่มีหัวด้าน Business / Marketing

ข้อนี้อาจจะเป็นข้อเสียของใครหลายๆ คน รวมถึงผมด้วย แต่จริงๆแล้ว ผมมองว่ามันไม่ใช่ข้อเสียซะทีเดียว และเรื่อง Business / Marketing มันก็ไม่ใช่ทักษะที่ทุกคนจะมีมาอยู่แล้ว มันก็เกิดมาจากการเรียนรู้เช่นกัน แต่ด้วยความที่เราเป็น Programmer ทำให้ส่วนใหญ่เราจะคลุกคลีกับ Code เลยทำให้มองข้ามเรื่องพวกนี้ไปนั่นเอง

ซึ่งพอเรารู้ว่าเราไม่มีหัวด้านนี้ มันก็ทำให้เราก็ค่อยๆเรียนรู้ ผมลองทำคอร์ส Online ลองทำ Marketing ขายคอร์สเอง แรกๆ ก็อายๆ แรกๆ ก็เขินๆ เวลาขายใคร ปิดการขายไม่ได้ หรือบางทีจะโฆษณาดึงคน ก็ต้องแอบโม้นิดๆ เขียนเว่อวัง แต่ก็รู้สึกว่า ไม่ใช่ผมแฮะ สุดท้าย ผมก็ไม่ค่อยขายไรมาก เน้นมีแค่ไหน ก็บอกแค่นั้น เราสอนอะไร ก็บอกไปเลย ไม่ต้องเน้นโฆษณาชวนเชื่อ ก็ไม่รู้ว่า นี้นับเป็นเรื่องของ Marketing มั้ย แต่ส่วนตัวผมมองว่า การขายที่ดีมันมาจากความจริงใจมากกว่า เราจริงใจที่จะขาย เราจริงใจที่จะมอบบางสิ่งของเราให้เค้า ไม่ใช่โม้ว่าสอนทุกอย่าง แต่จริงๆ มีแต่น้ำ ก็ไม่ใช่อีก

และเพื่อนๆ ผมหลายคนนะ บอกว่า ให้นั่งเขียนโค๊ดทั้งวันสบายๆ แต่ให้มันไปขายของ หรือไปโปรโมท ให้ช่วยเรื่อง Business นะ แต่ละคนขอบายทั้งนั้น


สุดท้ายแล้ว จะเห็นว่าข้อเสียของการเป็น Programmer ที่ผมยกมา มันก็เป็นเรื่องทั่วๆ ไปที่อาจจะไม่ใช่เฉพาะสายนี้ก็ได้ หรือแม้แต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้เช่นกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่แค่ให้รู้ไว้ว่าทุกอาชีพ มันก็มีข้อดี ข้อเสีย ความชอบ ความไม่ชอบส่วนตัวเราเองเช่นกัน บทความนี้ก็เลยลองยกข้อเสียที่ตัวผมเองได้เจอเอาไว้ครับ

สวัสดี


📝 Day 120 of #365DaysOfBlogging

#เขียนบล็อก #ฝึกสร้างนิสัย #GoodHabit #Blogging


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น