#116 - ข้อมูลส่วนตัวในโลก Online

26 Apr 2020 TechBlogging

This area is private!
Photo by Tim Mossholder / Unsplash

ทุกวันนี้ปฎิเสธไม่ได้ว่า แทบทุกคนมีมือถือ มีอินเตอร์เนต มี Social Network และข้อมูลของเราก็มีมากมายในโลก Online มีทั้งข้อมูลที่ตั้งใจเก็บ และไม่ตั้งใจเก็บ ข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลสาธารณะ คำถามคือ เราจัดการข้อมูลของเรายังไงนะ?


หลายคนที่มี Social Network มี Email มีมือถือ สามารถต่ออินเตอร์เนตได้ เค้าไม่ได้มีความรู้ในสาย Software หรือ IT มากนัก

แค่เราเข้า Google พิมพ์ชื่อตัวเองใน Google เผลอๆ มีข้อมูลเราเต็มโลกอินเตอร์เนตไปหมดเลย

แค่เราซื้อซิม หรือลงทะเบียนซิม ใช้มือถือต่ออินเตอร์เนต ข้อมูลเรา ก็อยู่ในมือ Provider แล้ว

แค่เราซื้อมือถือใหม่ ก็มี Youtube Gmail Facebook Google Map ติดมากับเครื่องแล้ว

เราใช้ Gmail ข้อมูลลองเราก็ถูกส่งให้ Google หรือการค้นหาต่างๆ ใน Google เราก็ถูกเก็บ

เราใช้ Youtube เช่นกัน ข้อมูลการดูของเรา ข้อมูลการค้นหา ต่างๆ ก็ถูกเก็บ

เราใช้ Google Map หรือมือถือที่เปิด Location ข้อมูลเราก็ถูกส่งไปให้ Google แถมส่งแบบ Real Time สามารถย้อนดู History ต่างๆ ได้ด้วยว่าเราอยู่ไหน

บางคน เซฟ Home Office ที่ต่างๆ ไว้ใน Map ด้วย จริงๆ แล้วมันก็เป็นดาบสองคมละนะ บางคนคิดว่า Public ก็ไม่เป็นไร แต่ในขณะที่บางคน คิดว่ามันเป็นข้อมูลส่วนตัว

บางคนสมัครบัญชีเว็บไซต์ต่างๆ ใส่รหัสบัตร ที่อยู่ต่างๆ แต่ข้อมูลเหล่านี้ดันหลุด ไม่ใช่เพราะเรา แต่เป็นเพราะบริการนั้นๆ ถูก Hack ข้อมูลเราก็ Public เลยจ้า

บางคนใช้ Facebook หรือ Social Media อื่นๆ แล้วตั้งเป็น Private บ้าง Friend บ้าง เพราะคิดว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่จริงๆแล้ว ในโลก Internet ไม่มีข้อมูลส่วนตัวเลย

บางแอพขอ Permission เข้าถึง File เข้าถึง Folder หรือกล้องถ่ายรูป อ่านอีเมล์ อ่าน SMS ได้ เราเชื่อใจหรือไม่ว่าเค้าอ่านเฉพาะข้อมูลที่ต้องใช้จริงๆ? และหากเราไม่อนุญาต เราก็ใช้แอพไม่ได้ หรือใช้ได้ไม่ครบ Feature เรายอมหรือไม่?

เว็บไซต์ต่างๆ ก็สามารถ Tracking เราได้เช่นกันว่า เข้ามาจาก Device อะไร อยู่ที่ไหน อายุเท่าไหร่ ทำอะไรเว็บบ้าง เช่น คลิ๊กตรงนี้ กรอกข้อมูลตรงนี้เป็นต้น

บาง Browser ถึงขนาดนี้ Privacy Policy ว่าการเข้าเว็บไซต์ห้าม Tracking นะ เพราะเคารพสิทธิส่วนบุคคล

แต่ถามว่าเราสามารถตั้งค่าให้ไม่เก็บ Data ต่างๆ ได้มั้ย ก็ได้เช่นกัน เพราะ Privacy Policty ก็เป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่เราควรทำอยู่แล้ว ว่าข้อมูลไหนที่เราอนุญาตให้ Service ต่างๆ จัดเก็บได้ ข้อมูลไหนเราไม่อนุญาต แต่มันก็ยังมีกรณีต่างๆ ที่เกิดการฟ้องร้องกันเยอะแยะมากมาย ที่ดังสุดก็เป็นเรื่องของ Facebook กับ ข้อมูลผู้ใช้รั่วไหลละมั้งครับ

จะเห็นว่า ไม่ว่ายังไงก็แล้ว การที่เราใช้ Internet เรียกได้ว่า ข้อมูลเราก็แทบจะไม่เป็นส่วนตัวแล้ว อยู่ที่ว่า เราเชื่อบริการเหล่านั้นหรือไม่ ว่าจะเก็บข้อมูลเราอย่างดี

  • เราเชื่อใจ Google หรือไม่ ที่เก้บข้อมูล Android ของเรา และ App ต่างๆ เช่น Google, Maps, Youtube, Gmail เป็นต้น
  • เราเชื่อใจ Facebook แค่ไหน ในการเก็บข้อมูลเรา ทั้ง Facebook, IG แม้จะตั้งค่า Private หรือเฉพาะ Friend ก็ตาม
  • เราเชื่อใจแอพหรือมือถือจากจีนแค่ไหน? บางคนเห็นว่าแอพหรือมือถือจีนแอบเก็บข้อมูล แอบส่งข้อมูล ก็ไม่ยอม แต่ยอมให้ Youtube, Google, Facebook เก็บข้อมูลได้เช่นกัน
  • หากว่าเราเชื่อมั่น Provider หรือ Service ต่างๆ ว่าจะเก็บข้อมูลเราอย่างดี และเรามั่นใจแค่ไหน ว่าข้อมูลเราจะไม่หลุด หรือต่อให้ Private มัน Private จริงๆมั้ย มีใคร มี Team หรือ Staff คนไหนที่มี Permission ในการเข้าถึงข้อมูลเราได้บ้าง?

สุดท้าย ผมก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมคิดจะเป็นยังไงนะ ที่ผมคิดคือว่าต่อไปข้อมูลของเราทุกคนจะไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไป กลายเป็น Big Data ขนาดใหญ่บนโลกอินเตอร์เนต ใครๆ ก็เข้าถึงได้ เผลอๆ เมื่อ Computer ฉนาด หรือประมวลผลได้ไวพอ เราอาจจะวิเคราะห์หรือสามารถจำแนก ค้นหาใครก็ได้ แบบ Realtime เลยก็ได้ แต่มันก็ต้องมีขอบเขต เช่น Private บางส่วน เพื่อยืนยัน หรือเป็น Identify เฉพาะคนๆนั้น ไม่อย่างนั้น เราก็คงไม่สามารถจำแนกคนได้

ไม่ใช่ว่าใครๆก็เข้าถึงได้นะ แต่หมายถึงว่าข้อมูลเราไม่เป็นส่วนตัว คือไปอยู่กับเจ้าใหญ่ๆ อย่าง Google, Amazon, Apple, Microsoft, Facebook, Alibaba และถ้าแต่ละบริษัทสามารถแชร์ข้อมูลร่วมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ สุดท้ายข้อมูลเราก็ Public และกลายเป็นเรื่องปกติไปในที่สุด

และก็ไม่รู้ว่าถ้าข้อมูลทุกคนเป็น Public มันจะมีผลเสีย ผลดีอะไร หรือผลกระทบอะไรหรือไม่ ก็ตอบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นยังไง ทุกอย่างก็เหมือนเหรียญ มีสองด้านเสมอ มีขาว มีดำ ไม่มีอะไรดีที่สุด

ไม่ว่าในอนาคตข้อมูลเรา การเก็บข้อมูล การประมวลผลจะเป็นเช่นไร แต่ปัจจุบัน ข้อมูลของเราก็ยังคงสามารถตั้ง Privacy ได้ระดับนึง ฉะนั้น เราก็ยังสามารถกำหนด Privacy ของตัวเองได้ และหากเราไม่ยินยอม เราก็ไม่ต้องใช้ Service นั้นๆ ก็แค่นั้น เพราะถ้าเทียบปัจจุบัน ข้อมูลในโลก Online มันเยอะมหาศาล และคอมพิวเตอร์มันก็ยังไม่ได้เร็วขนาด Real time ฉะนั้นหากเค้าอยากได้ข้อมูลเรา ก็ต้องถามว่าเราเป็นคนดัง เป็นคนที่คุ้มกับค่าใช้จ่าย ค่าแรง ค่าเสียเวลาในการหาข้อมูล รวบรวมข้อมูลหรือเปล่า? อย่างน้อย แม้ข้อมูลเราจะไม่ได้ Private แต่มันก็ยังยาก และเสียเวลาในการรวบรวมอยู่ดี

สวัสดี


📝 Day 116 of #365DaysOfBlogging

#เขียนบล็อก #ฝึกสร้างนิสัย #GoodHabit #Blogging


Chai Phonbopit

เป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ เวลาว่างนอกจาก Coding ก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสอนทำเว็บไซต์ สอน Programming ที่ devahoy.com ชื่นชอบการพัฒนาตัวเองและเชื่อว่าการสอนเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ❤️🎒🍣🎸⚽️

แสดงความคิดเห็น